Miasma, Plants, Export Paintings: ภาพที่ถ่ายด้วยสายตาผู้กดขี่ จะเล่าเรื่องผู้ถูกกดขี่ได้ไหม?

อ่านแล้ว 0

รีวิว (0)

อาซุง อากัม อาคิว และอากุต คือชื่อของช่างวาดชาวจีนสี่คนในกวางตุ้งช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ผู้ลงมือวาดภาพพรรณไม้เขตร้อนอย่างประณีตให้แก่พ่อค้าและนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ ผลงานของพวกเขาถูกจัดส่งข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงสวนพฤกษศาสตร์หลวงเมืองคิว แล้วกลายเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อันทรงคุณค่าที่ถูกเก็บรักษา ศึกษา และกล่าวขวัญมาจนถึงทุกวันนี้

แต่ในบันทึกของพ่อค้าและนักธรรมชาติวิทยาอังกฤษกลุ่มนั้น ช่างทั้งสี่กลับไม่เคยถูกจดจำในฐานะ “ศิลปิน” เลย พูดอีกอย่างคือ ในสายตาของเจ้าอาณานิคม พวกเขาเป็นแค่แรงงานชาวจีนที่ไร้ความสลักสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์หรือแม้แต่ในโลกศิลปะ

ภาพจากสารคดี Miasma, Plants, Export Paintings (ไอพิษ, พฤกษา, ภาพวาดส่งออก)

ภาพจากสารคดี Miasma, Plants, Export Paintings (ไอพิษ, พฤกษา, ภาพวาดส่งออก)

หวังป๋อ (Bo Wang) กับ พานลวี่ (Pan Lu) หยิบเกร็ดนี้มาเป็นส่วนหนึ่งในสารคดีทดลองปี ค.ศ. 2017 ชื่อ Miasma, Plants, Export Paintings (ไอพิษ, พฤกษา, ภาพวาดส่งออก) ซึ่งน่าทึ่งมากตรงที่แม้มีความยาวเพียง 28 นาที แต่หนังกลับร้อยเรียงมันเข้ากับอีกสารพัดเกร็ดประวัติศาสตร์ได้อย่างฉลาดคมคาย ทั้งเรื่องไอพิษที่คนตะวันตกเคยเชื่อแบบผิด ๆ ว่าเป็นต้นตอของโรคระบาด, เรื่องที่คนตะวันตกมองว่าคนจีนขาดแคลนความรู้ทางทัศนศิลป์, ไปจนถึงการที่คนอังกฤษใช้ฝิ่นเป็นเครื่องมือครอบงำ เพื่อขมวดไปสู่ประเด็นสำคัญว่า เจ้าอาณานิคมอย่างอังกฤษมีทัศนคติและใช้วิธีการใดในการเข้ายึดครองแผ่นดินอื่นอย่างเกาะฮ่องกง และมันส่งผลอย่างไรต่อความคิดหรือชีวิตของผู้อยู่ใต้อาณานิคมมาจนถึงปัจจุบัน

เพื่อบอกเล่าเรื่องราวนี้ สองผู้กำกับเลือกผสมผสานองค์ประกอบอันหลากหลายจากคลังเอกสาร เช่น ภาพถ่าย ฟุตเตจ แผนที่ และภาพวาด เข้ากับข้อมูลจากบันทึกที่หลงเหลือจากยุคอาณานิคม แต่แทนที่ทั้งหมดจะมุ่งถ่ายทอดความรู้ชุดเดิมตามที่เราคุ้นเคย ศิลปินกลับพลิกมันด้วยมุมมองใหม่ เพื่อกระตุ้นให้คนดูย้อนกลับไปมองชุดข้อมูลเหล่านั้นด้วยสายตาที่แตกต่าง หรืออาจถึงขั้นตรงกันข้ามกับที่เคยเป็นมา

พูดให้ชัดขึ้นคือ คลังเอกสารที่คนอังกฤษเคยบันทึกไว้เกี่ยวกับชาวฮ่องกง ด้วยจุดประสงค์ที่จะบอกเล่าให้คนตะวันตกด้วยกันฟัง ถูกศิลปินนำมาใช้ร้อยเรียงใหม่ จนกลายเป็นการตั้งคำถามว่า เหตุใดคนฮ่องกงจึงถูกมองเช่นนั้น และมันเป็นผลจากการกระทำเช่นไรของคนอังกฤษ

ภาพจากสารคดี Miasma, Plants, Export Paintings (ไอพิษ, พฤกษา, ภาพวาดส่งออก)

Miasma, Plants, Export Paintings ไม่ใช่หนังเรื่องเดียวที่เลือกแนวทางนี้ อันที่จริงมันเป็นหนึ่งในกลุ่มภาพยนตร์ที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจนในรอบสองทศวรรษที่ผ่านมา อันมีจุดร่วมกันตรงการหยิบใช้องค์ประกอบจากคลังเอกสารเก่าที่ถูกผลิตขึ้นด้วยสายตาของเจ้าอาณานิคมซึ่งมักมองคนพื้นเมืองเป็นเพียงวัตถุหรือตัวอย่างให้ศึกษาทางมานุษยวิทยา โดยคำถามที่หนังกลุ่มนี้มีร่วมกันก็คือ เมื่อหลักฐานที่มีอยู่ถูกบันทึกไว้ด้วยสายตาของผู้กดขี่ เราจะใช้มันเล่าเรื่องของคนที่ถูกกดขี่ได้อย่างไร โดยไม่เป็นการผลิตซ้ำความรุนแรงเดิม

เพื่อตอบโจทย์นั้น หนังกลุ่มนี้มักใช้วิธี ‘รื้อแล้วตัดต่อใหม่’ คือแทนที่จะนำฟุตเตจเก่ามาใช้เล่าเรื่องตามเจตนาเดิมของคนถ่าย พวกเขากลับรื้อสร้างมันด้วยการนำมาตัด ขยาย และวางชน จนความหมายเดิมพังทลายลงแล้วประกอบสร้างเป็นความหมายใหม่ขึ้นมา นอกจากนั้นยังอาจเพิ่มความซับซ้อนในการนำเสนอ เช่น การฉายแบบสองจอหรือสามจอ (Miasma, Plants, Export Paintings เองก็เผยแพร่ครั้งแรกในฐานะงานอินสตอลเลชัน) รวมถึงการเติมเสียงเข้าไปในภาพ หรือการจัดฉากเพิ่มเติม ทั้งหมดเพื่อทำลายโครงสร้างการเล่าเรื่องที่ต้นฉบับเคยเขียนเอาไว้

ผลลัพธ์จากวิธีนี้คือการกระตุ้นให้คนดูเกิดความสงสัยต่อประวัติศาสตร์กระแสหลักที่เคยท่องจำ และนำไปสู่คำถามใหม่ว่า แท้จริงแล้วข้อมูลเหล่านั้นใครเป็นคนเขียน ความทรงจำของชาติหนึ่ง ๆ ถูกประกอบขึ้นจากการที่ผู้คนถูกทำให้ต้องจำและลืมสิ่งใด และเสียงของใครบ้างที่เคยถูกกลบหายแล้วสมควรถูกนำกลับมาเปล่งใหม่อีกครั้งเพื่อให้คนในยุคนี้ได้ยิน

หวังป๋อสืบต่อแนวคิดนี้ในหนังปี ค.ศ. 2022 ของเขาเรื่อง An Asian Ghost Story ซึ่งว่าด้วยการเดินทางระหกระเหินสลับซับซ้อนของ ‘ผีในวิกผม’ ตัวหนึ่ง เขาเท้าความไปถึงปี ค.ศ. 1965 ที่สหรัฐฯ ออกคำสั่งห้ามนำเข้า ‘เส้นผมเอเชีย’ (Asiatic hair) เพื่อสกัดไม่ให้เงินตราต่างประเทศไหลเข้าจีนคอมมิวนิสต์ ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนนิยามเป็น ‘เส้นผมคอมมิวนิสต์’ (communist hair) เพื่อเปิดทางให้พันธมิตรอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นผลิตวิกขายแทน คำสั่งเดียวนี้สั่นสะเทือนอุตสาหกรรมเบาทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยมีฮ่องกงทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมระหว่างจีนของเหมา (แหล่งเส้นผมที่ใหญ่ที่สุด) กับตลาดตะวันตกที่หิวกระหาย จนวิกผมไต่ขึ้นเป็นสินค้าส่งออกอันดับสี่ของเกาะในยุครุ่งเรือง

น่าสังเกตว่าเส้นผมในที่นี้ก็ไม่ต่างอะไรกับภาพวาดของอาซุงและเพื่อน ๆ คือเป็นสินค้าที่ทำเงินมหาศาลด้วยน้ำมือของแรงงานไร้หน้าไร้ชื่อ ทั้งยังถูกรัฐมหาอำนาจหยิบไปจัดประเภทและตีตราตามเชื้อชาติและอุดมการณ์อีกด้วย หวังป๋อปลุกชีวิตให้ประวัติศาสตร์หนนี้ด้วยการปล่อยผีตนหนึ่งเข้าไปสิงในวิก เป็นผีของทั้งแรงงานและของจักรวรรดิที่ล่องข้ามพรมแดนไปได้อย่างที่คนเป็น ๆ จำนวนมากไม่มีวันทำได้ เขาผสมหนังสารคดีสังเกตการณ์ ฉากคนแสดง และฟุตเตจข่าวเก่า เข้ากับภาพหยาบ ๆ แบบเทปวีเอชเอส (VHS) จนเส้นแบ่งระหว่างของจริงกับของแต่งพร่าเลือนไปหมด

ภาพจากภาพยนตร์ An Asian Ghost Story

วิธีรื้อคลังเอกสารแบบนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่เอี่ยม ย้อนไปในยุค 1980 หนึ่งในคนทำหนังที่โดดเด่นที่สุดในด้านนี้คือ จอห์น อะคอมฟราห์ คนทำหนังชาวอังกฤษเชื้อสายกานาผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Black Audio Film Collective เขาทำหนังเรื่อง Handsworth Songs ขึ้นเพื่อตอบโต้เหตุจลาจลของคนผิวดำที่ปะทุขึ้นทั้งในเมืองเบอร์มิงแฮมและลอนดอนเมื่อปี ค.ศ. 1985 หลังจากหญิงผิวดำคนหนึ่งเสียชีวิตและอีกคนถูกตำรวจยิงจนพิการระหว่างการบุกค้นบ้าน

ขณะที่สื่อกระแสหลักในยุคนั้นเล่าเรื่องจลาจลในฐานะความบ้าคลั่งไร้เหตุผลของคนผิวดำ อะคอมฟราห์กลับนำฟุตเตจข่าว ภาพถ่ายเก่า และบทสัมภาษณ์มาตัดต่อทับซ้อนเป็นชั้น ๆ เพื่อชี้ให้เห็นว่า ความรุนแรงที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้โผล่มาจากสุญญากาศ แต่มันหยั่งรากอยู่ในประวัติศาสตร์อาณานิคมและการอพยพของจักรวรรดิอังกฤษเอง

ภาพจากสารคดี Handsworth Songs

มีประโยคหนึ่งที่แว่วซ้ำตลอดทั้งเรื่องว่า ‘ไม่มีเรื่องเล่าใดอยู่ในการจลาจล มีเพียงผีของเรื่องเล่าอื่น ๆ’ (There are no stories in the riots, only the ghosts of other stories) ราวกับจะบอกว่าสิ่งที่กำลังหลอกหลอนปัจจุบันก็คืออดีตที่ไม่เคยถูกสะสาง หนังเรื่องนี้คว้ารางวัลเกรียร์สันสาขาสารคดียอดเยี่ยมในปีต่อมา และกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของภาพยนตร์การเมืองและภาพยนตร์ที่ว่าด้วยชีวิตของคนผิวดำในอังกฤษมาจนถึงทุกวันนี้


▶ ติดตามสารคดี Miasma, Plants, Export Paintings (ไอพิษ, พฤกษา, ภาพวาดส่งออก) การที่เกาะฮ่องกงเคยถูกยึดครองโดยจักรวรรดิอังกฤษในยุคล่าอาณานิคมนั้น ทำให้ฮ่องกงได้รับผลดีและเจริญ จริงหรือไม่ ? ถ้าหากความเจริญจากอารยธรรมตะวันตกเหล่านั้นไม่สอดรับกับสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่จริง ๆ ของชาวตะวันออกเลย

รับชมได้ทาง www.VIPA.me และ VIPA Application

เกี่ยวกับผู้เขียน
ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

ผู้ก่อตั้ง Documentary Club คลับของคนรักสารคดี และหนังนอกกระแส