ในรังไหมสีชมพู

อ่านแล้ว 0

รีวิว (0)

ในวันที่อาเจียวกำลังรอคลอดลูกคนแรกในห้องสีชมพูของโรงพยาบาล ปินอวี่น้องชายของเธอยืนอยู่ที่มุมห้องพร้อมกล้อง เพื่อบันทึกช่วงนาทีที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของพี่สาว

การปรากฏตัวของปินอวี่ในสถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นเรื่องแปลก เขาเป็นผู้ชายวัย 27 ปีที่เดินเข้าสู่พื้นที่ที่ตามปกติแล้วผู้ชายไม่ย่างกรายเข้าไป นอกจากอาเจียวแล้ว ในห้องเดียวกันนั้นยังเต็มไปด้วยผู้หญิงหลากวัยหลายรุ่น ทั้งยาย แม่ น้าสาว และลูกสาวตัวเล็ก ๆ ของน้าสาวด้วย กล่าวอีกอย่าง ห้องนี้คือพื้นที่ของผู้หญิง เป็นพื้นที่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อผู้หญิง และถูกนิยามมายาวนานว่ามันสมควรต้องเป็นของผู้หญิงเท่านั้น

ระยะเวลาไม่กี่วันภายในห้องนี้ คือแกนกลางของสารคดีสั้นเรื่อง About the Pink Cocoon (2025) ที่หวังปินอวี่ทั้งกำกับ ถ่ายทำ สัมภาษณ์ และตัดต่อเองคนเดียว น่าสังเกตที่เขาเป็นผู้ชายแทบจะคนเดียวในครอบครัวที่รายล้อมด้วยผู้หญิงนี้ ซึ่งทำให้เขามีสถานะเป็นดัง ‘คนนอก’ แต่ขณะเดียวกัน ความเป็นน้องชายแท้ ๆ ของซับเจ็กต์ก็ทำให้เขามีความเป็น ‘คนใน’ อย่างเต็มที่ และสองสถานะนี้เองที่ทำให้หนังเรื่องนี้ยิ่งน่าสนใจมากขึ้น

โดยคร่าว ๆ About the Pink Cocoon ประกอบด้วยเรื่องราว 2 ส่วนหลัก หนึ่งคือน้องชายถ่ายพี่สาวตอนใกล้คลอด ซักถามเธอถึงความรู้สึกของการเป็นแม่ พร้อม ๆ กับบันทึกการเข้ามาและออกไปของญาติพี่น้องภายในห้องนี้ที่มาร่วมลุ้นการคลอดและเพศของเด็กที่กำลังจะเกิด สองคือเรื่องราวประวัติครอบครัวที่เล่าผ่านปากของแม่และพี่สาวซึ่งเป็นปูมหลังที่ทำให้เราเข้าใจความสัมพันธ์อันซับซ้อนของผู้หญิงแต่ละคนตรงหน้า ผู้ล้วนถูกกดทับมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่นด้วยค่านิยมของสังคมจีนที่ให้ค่าแก่ลูกชายมากกว่าลูกสาว และนโยบายลูกคนเดียวที่ส่งผลกระทบรุนแรงมาอย่างยาวนาน


ภาพจากสารคดี About the Pink Cocoon ในรังไหมสีชมพู


ภาพจากสารคดี About the Pink Cocoon ในรังไหมสีชมพู


ค่านิยมและนโยบายดังกล่าวทำให้ทั้งยาย แม่ และพี่สาวของปินอวี่ต้องทนทุกข์กับการเป็นผู้หญิงที่แทบไม่มีสิทธิกำหนดชีวิตของตัวเองเลย จะมีคู่ก็ต้องเป็นคนที่พ่อแม่หาให้ เกิดมาเป็นผู้หญิงก็ช่วยไม่ได้ถ้าพ่อแม่จะทอดทิ้งเพราะจำเป็นต้องเลือกลูกชายมากกว่า อยากจะมีลูกแบบอิสระก็ต้องเผชิญแรงกดดันของคนทั้งบ้านที่ลุ้นอยากเห็นหน้าเด็กผู้ชาย ฯลฯ ความอัดอั้นตันใจเหล่านี้ถูกถ่ายเก็บไว้ในหนังให้เรารู้สึกได้อย่างจะแจ้งแม้เหตุการณ์ในหนังจะเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วันก็ตาม

นโยบายลูกคนเดียวของจีนนั้นบังคับใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979 ถึง 2015 และทิ้งร่องรอยไว้ในชีวิตผู้หญิงจีนจำนวนมหาศาล มีการบันทึกข้อมูลในภายหลังว่า ช่วงเวลานั้นเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่หลายคนอาจจินตนาการไม่ถึง เช่น เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นซึ่งได้รับมอบหมายให้คอยควบคุมจำนวนเด็กที่เกิด จะคอยติดตามชีวิตของผู้หญิงแต่ละคนในพื้นที่ที่ตนดูแล ตรวจสอบกระทั่งการมีรอบเดือนเพื่อไม่ให้มีผู้หญิงตั้งครรภ์เกินโควตา, หากบ้านใดคลอดออกมาเป็นลูกสาว มีโอกาสสูงมากที่พวกเขาจะนำลูกไปโยนทิ้งหรือแม้แต่ปลิดชีวิตเสียเพื่อจะได้ยังสามารถลุ้นลูกคนต่อไปให้เป็นชายได้, เด็กผู้หญิงนับแสนคนที่รอดชีวิตมา ก็อาจถูกส่งออกไปเป็นลูกบุญธรรมของครอบครัวชาวตะวันตก ผ่านทั้งกระบวนการถูกและผิดกฎหมาย ฯลฯ 


ภาพจากสารคดี About the Pink Cocoon ในรังไหมสีชมพู


(หนึ่งในหนังสารคดีขนาดยาวที่พูดถึงประเด็นนี้ตรงที่สุดก็คือ One Child Nation ของผู้กำกับหญิง หวังหนานฝู ซึ่งสำรวจประวัติครอบครัวและผลกระทบของนโยบายลูกคนเดียวต่อคนรอบข้าง จนค้นพบความจริงโหดร้ายจากลุงของเธอเองที่เคยเป็นหมอในหมู่บ้านว่า ในช่วงเวลาที่นโยบายนี้มีผลบังคับใช้อยู่นั้น เขาต้องทำแท้งและทำหมันบังคับผู้หญิงนับพันคนตามคำสั่งของรัฐ นอกจากนั้นยังมีพ่อแม่จำนวนมากที่ทิ้งลูกสาวไว้ข้างถนนเพราะไม่มีทางเลือก)

ชื่อเรื่อง About the Pink Cocoon หรือ ‘ว่าด้วยรังไหมสีชมพู’ จึงมีนัยที่น่าสนใจ ด้านหนึ่งมันหมายถึงห้องเตรียมคลอดสีชมพูห้องนั้นในโรงพยาบาลซึ่งดูเหมือนพื้นที่ปลอดภัยและอบอุ่นอ่อนโยนสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เมื่อถูกประกอบเข้ากับเรื่องเล่าที่เราได้ยิน รังไหมนี้กลับดูคล้ายกับพื้นที่ที่กักขังผู้หญิงไว้ในวังวนเดิม ๆ มันคือรังไหมที่ถักทอขึ้นจากความเจ็บปวดและความคาดหวังของสังคมที่กดทับอยู่บนบ่าของพวกเธอ


ภาพจากสารคดี About the Pink Cocoon ในรังไหมสีชมพู


▶ ติดตามสารคดี About the Pink Cocoon ในรังไหมสีชมพู - ภาพยนตร์บันทึกช่วงเวลาแห่งการคลอดบุตร โดยมีพี่สาวคนรองของผู้กำกับ เป็นจุดศูนย์กลางของเรื่องราวในการเตรียมรับมือกับการเป็นแม่คนด้วยความอ่อนล้า ความคาดหวัง และการคาดเดาของผู้หญิงสี่รุ่นที่มีต่อเด็กในครรภ์ ซึ่งปะทะเข้ากับความเจ็บปวดทางกายและความทรงจำ

รับชมได้ทาง www.VIPA.me และ VIPA Application


เกี่ยวกับผู้เขียน
ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

ผู้ก่อตั้ง Documentary Club คลับของคนรักสารคดี และหนังนอกกระแส