อ่านแล้ว 0
คำว่า “แห้งแล้ง” ไม่ได้หมายถึงแค่ฝนไม่ตก สำหรับบางพื้นที่ในโลกยุคปัจจุบัน สภาพการณ์นั้นยังอาจหมายถึงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เลวร้ายที่สุด นั่นคือการล่มสลายของวัฒนธรรม และความตายของผู้คนจำนวนมาก
สารคดีเรื่องนี้พาเราไปพบกับความจริงโหดร้ายนี้ในชุมชนเตอร์คานา ทางตอนเหนือของเคนยา ที่ซึ่งวิถีชีวิตแบบ “นักรบ” ของชนเผ่าเก่าแก่ที่สุดกลุ่มหนึ่งในโลกกำลังจะสูญสลาย หนังติดตามเรื่องราวของ โคเล เด็กชายเลี้ยงแพะที่ถูกวัฒนธรรมดั้งเดิมลิขิตให้ต้องกล่อมเกลาตนเองเพื่อพิสูจน์ “ความเป็นชายที่แท้จริง” ผ่านพิธีกรรมครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อม ๆ กับที่เผ่าของเขาก็ต้องเผชิญกับภัยแล้งครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งส่งผลให้สัตว์ที่เลี้ยงไว้ล้มตายราวใบไม้ร่วง สัตว์ป่าถูกความหิวโหยบีบให้เข้าโจมตีปศุสัตว์ของชาวบ้าน และการแย่งชิงทรัพยากรกับเผ่าข้างเคียงก็ร้อนระอุขึ้นเรื่อย ๆ จนนำมาสู่การปะทะอันยากจะหลีกเลี่ยง
ภาพจากสารคดี Between the Rains
ภาพจากสารคดี Between the Rains
หนังยอดเยี่ยมมากที่สามารถใช้เรื่องของเด็กชายโคเลเป็นจุดตั้งต้นสู่การสำรวจประเด็นซึ่งทั้งกว้างและลึก แตะต้องทั้งเรื่องปัจเจกไปจนวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิกฤติสิ่งแวดล้อม เพื่อชี้ให้เราเห็นว่า ทุกมิติของการดำรงอยู่ของมนุษย์นั้นล้วนข้องเกี่ยวและส่งผลสะเทือนถึงกันและกันอย่างหนักหน่วง
ภาวะแห้งแล้งในพื้นที่ของชาวเตอร์คานาไม่ใช่แค่ผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ฝนไม่ตกตามฤดูกาล แต่มันเป็นวิกฤติที่สะสมมานานนับร้อยปี ตั้งแต่ยุคอาณานิคมที่ขีดเส้นแบ่งเขตแดนจนทำให้พวกเขาไม่อาจอพยพย้ายที่ทำกินอย่างอิสระได้ และต้องถูกกักขังไว้บนที่ดินซึ่งเสื่อมโทรมถึงขีดสุด พื้นที่ที่เคยเขียวขจีกลายมาเป็นทะเลทรายแห้งขอด กลายเป็นดังนรกของชนเผ่าที่ดำรงชีพด้วยการเลี้ยงสัตว์ และในที่สุด ความอดอยากยากแค้นก็ส่งผลต่อเนื่องมาถึงการล่มสลายของความสัมพันธ์ในชุมชนและจริยธรรมในจิตใจของมนุษย์เอง
ในเรื่อง เราจะได้เห็นความทุกข์ที่สะท้อนกลับมายังตัวเด็กน้อยโคเล ผู้ไม่ต้องการเติบใหญ่ไปเป็นเพียงคนเลี้ยงแพะและไม่ต้องการเดินเข้าสู่เส้นทางของความรุนแรงแบบนักรบตามที่ผู้ใหญ่กำหนด เขาชิงชังความขัดแย้งที่ทำลายมิตรภาพของเขากับเพื่อนรักต่างเผ่าลงอย่างน่าเศร้า และขณะเดียวกัน ความโหดร้ายของธรรมชาติซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเกิดขึ้นเพราะเทพเจ้ากำลังลงทัณฑ์ ก็ทำให้โคเลเริ่มตั้งคำถามว่าแล้วเหตุใดพระผู้เป็นเจ้าจึงได้เย็นชากับพวกเขาถึงเพียงนี้
ในการจะเล่าเรื่องราวเช่นนี้ สำคัญมากที่ตัวคนทำสารคดีต้องเข้าไปคลุกคลีใกล้ชิดกับบุคคลในเรื่องจนได้รับความไว้วางใจและสามารถบันทึกช่วงเวลาที่มีความเป็นส่วนตัวมาให้ได้โดยไม่รุกล้ำความจริงตรงหน้า สองผู้กำกับและทีมงานใช้เวลาถึง 4 ปีเพื่อการนี้ โดยใช้กล้องความคมชัดสูงที่ถ่ายทำได้จากระยะไกล และใช้อุปกรณ์เพียงน้อยชิ้นเพื่อจะได้เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วคล่องตัว โดยเฉพาะเมื่อต้องเสี่ยงเข้าไปบันทึกเหตุการณ์ในพื้นที่ขัดแย้ง
Between the Rains ถ่ายทอดเรื่องหลากหลายมิติได้อย่างแหลมคม เพราะสองผู้กำกับ แอนดรูว์ เอช บราวน์ กับ โมเสส ทูรานิรา วางแนวคิดไว้ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่า นี่จะไม่ใช่สารคดีที่มาวิเคราะห์หาสาเหตุและผลของโลกร้อนในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ต้องการให้ประเด็นสภาพภูมิอากาศถูกเล่าผ่านมุมมองของคนในพื้นที่ห่างไกลที่กลายเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงและต้องแบกรับความยากลำบากอยู่ท่ามกลางวัฒนธรรมอันใกล้สูญสิ้น ผลที่ได้จึงไม่ใช่สารคดีสิ่งแวดล้อมดาด ๆ แต่เป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยปมขัดแย้งและความเป็นมนุษย์
ภาพจากสารคดี Between the Rains
ภาพจากสารคดี Between the Rains
▶ ติดตามสารคดี Between the Rains - ถ่ายทอดชีวิตชนเผ่าในเคนยาเหนืออย่างงดงามตลอด 4 ปี เล่าเรื่องราวของเด็กชายท่ามกลางวัฒนธรรมโบราณที่กำลังสั่นคลอนจากวิกฤตภูมิอากาศ ยามที่ภัยแล้งถาโถมเข้าปกคลุมดินแดน ชาวเทอร์คานาต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้งรุนแรงจากเผ่าอื่นและภัยคุกคามจากสัตว์ป่าที่บุกเข้ามาล่าฝูงสัตว์เลี้ยง
รับชมได้ทาง www.VIPA.me และ VIPA Application
ผู้ก่อตั้ง Documentary Club คลับของคนรักสารคดี และหนังนอกกระแส