อ่านแล้ว 0
หากคุณเคยได้ยินคำว่า “เงาะป่า” หรือ “ซาไก” และมีภาพจำว่าหมายถึงกลุ่มคนที่อาศัยอยู่อย่างลึกลับในป่าทึบล่ะก็ สารคดีชุดนี้ก็จะเขย่าภาพจำเหล่านั้นแบบเอาจริงเอาจัง เพราะ กฤตานนท์ ทศกูล ใช้เวลาร่วม 15 ปีในการบันทึกเก็บเกี่ยวสิ่งที่ไม่ใช่ “เรื่องแปลก” แต่เป็นเรื่องของชุมชนที่มีทั้งความซับซ้อน หลากหลาย และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา กล่าวอีกอย่างได้ว่า เขาไม่ได้ชวนให้เรามารู้จัก “ชาวมันนิ” ด้วยภาพแช่แข็งจากอดีต แต่ชวนให้มองชีวิตที่กำลังเคลื่อนไปข้างหน้า ภายใต้เงื่อนไขรายล้อมมากมายที่พวกเขาอาจไม่ได้เป็นผู้เลือกทั้งหมดด้วยตนเอง
ตัวสารคดีแบ่งออกเป็น 6 ตอนที่ค่อย ๆ ประกอบภาพของชุมชนมันนิผ่าน 3 แกนสำคัญ แกนแรกคือ เรื่องราววิถีชีวิตและภูมิปัญญาพื้นถิ่น ตั้งแต่การเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัย การพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงหลักการแบ่งปันอาหารอย่างเท่าเทียมภายในกลุ่ม แกนที่สองคือ โลกทัศน์และความเชื่อของพวกเขา ซึ่งไม่ได้มองป่า น้ำ และสิ่งแวดล้อมเป็นเพียงทรัพยากร แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบความหมายที่กำหนดการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน และแกนสุดท้ายคือ การเปลี่ยนผ่านสู่โลกสมัยใหม่ เมื่อพื้นที่ป่าลดลงและพวกเขาต้องเริ่มตั้งถิ่นฐานแทนการเคลื่อนย้ายไปเรื่อย ๆ สิ่งที่ตามมาก็คือการต้องมีบัตรประชาชนและต้องส่งลูกหลานเข้าสู่ระบบการศึกษา ซึ่งเป็นเงื่อนไขใหม่ของการอยู่รอด
ภาพจากสารคดี มันนิ : เรื่องเล่าจากเขาบรรทัด
ภาพจากสารคดี มันนิ : เรื่องเล่าจากเขาบรรทัด
ความน่าสนใจของ “มันนิ : เรื่องเล่าจากเขาบรรทัด” อยู่ตรงกระบวนการทำงานภาคสนามอันยาวนาน การถ่ายทำของกฤตานนท์เริ่มจากอุปกรณ์ง่าย ๆ อย่างโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะพัฒนาเป็นกล้องวิดีโอหลากหลายรูปแบบ และสะสมเป็นคลังข้อมูลระยะยาวในโครงการ The Manic People Archive การทำงานต่อเนื่องเช่นนี้ช่วยให้เขาได้ค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์กับชาวมันนิ เปลี่ยนสถานะจากคนนอกสู่คนคุ้นเคย และส่งผลให้ชุมชนยอมให้เขานำกล้องเข้าไปถ่ายทำใกล้ชิด ทั้งในยามประกอบกิจวัตรประจำวัน ยามเจ็บป่วย ไปจนพิธีกรรมจัดการศพ
ความสนิทสนมระหว่างผู้กำกับภาพยนตร์กับซับเจ็กต์ยังเอื้อให้สารคดีสามารถบันทึกอารมณ์ความรู้สึกในฐานะมนุษย์ได้หลากหลาย และทำให้บทบาทของผู้กำกับขยับจากการเป็นผู้สังเกตการณ์ไปสู่ผู้มีประสบการณ์ร่วมกับชีวิตของซับเจ็กต์โดยตรง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ช่วงเวลาที่ชาวมันนิซักถามกลับถึงโลกภายนอก ทั้งเรื่องทะเล เมือง ชีวิตของคนเมือง ซึ่งทำให้ผู้กำกับตัดสินใจพาพวกเขาเข้าเมืองและไปเห็นทะเลเป็นครั้งแรก
จุดแข็งที่สุดของสารคดีชุดนี้ในสายตาของผู้เขียนจึงมีอยู่สองประการ หนึ่งคือ ความลึกของเนื้อหา ซึ่งเกิดจากการทุ่มเทเวลาจนได้รับความไว้วางใจ และสองคือ การทำหน้าที่บันทึกภูมิปัญญาที่กำลังเลือนหาย ตั้งแต่ความรู้เรื่องน้ำ การล่า การหาอาหาร ไปจนถึงการใช้ทรัพยากรป่าอย่างรอบคอบ ทั้งสองประการนี้ช่วยทลายภาพจำเชิงลบของคำว่า “เงาะป่า” หรือ “ซาไก” ด้วยการนำเสนอภาพชาวมันนิในฐานะมนุษย์ร่วมสมัยที่มีประวัติศาสตร์และมีปรัชญาการใช้ชีวิตของตนเอง
ภาพจากสารคดี มันนิ : เรื่องเล่าจากเขาบรรทัด
ในขณะเดียวกัน “มันนิ : เรื่องเล่าจากเขาบรรทัด” ก็มีข้อจำกัดหลายประการ ข้อแรกคือมุมมองการเล่าที่ยังคงผ่านสายตาคนนอก แม้ความสัมพันธ์จะใกล้ชิด แต่เสียงเล่าหลักก็ยังเป็นของผู้ถ่ายทำ และในหลายสถานการณ์ ผู้ถ่ายทำก็เข้าไปกำหนดทิศทางของเหตุการณ์ด้วย ทำให้ชีวิตของซับเจ็กต์ได้รับอิทธิพลจากการมีอยู่ของกล้องและผู้ถ่ายทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ข้อจำกัดถัดมาคือ ขอบเขตของการเป็นตัวแทน ความที่สารคดีมุ่งเล่าเรื่องของชาวมันนิกลุ่มหนึ่งเป็นหลัก จึงอาจไม่สามารถใช้เป็นภาพแทนของชาวมันนิทั้งหมดในเทือกเขาบรรทัดได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังปิดตัว หรือกลุ่มที่ปรับตัวเข้าสู่ความเป็นคนเมืองมากกว่านี้ไปแล้ว
และข้อจำกัดด้านรูปแบบการนำเสนอที่ชัดเจนที่สุดก็คือ การพึ่งพาเสียงบรรยายหรือวอยซ์โอเวอร์เป็นหลักเพื่ออธิบายความหมายของสิ่งที่ผู้ชมเห็น มากกว่าจะเปิดพื้นที่ให้ภาพ เสียง หรือความเงียบทำงานโดยตรง ผลคือสารคดีสามารถสื่อสารข้อมูลได้ชัดเจน แต่ก็อาจใช้ศักยภาพของภาพยนตร์น้อยเกินไปสักนิดในฐานะพื้นที่ที่ชาวมันนิจะได้เล่าเรื่องผ่านการกระทำและการดำรงอยู่ของตนเอง
อย่างไรก็ตาม “มันนิ : เรื่องเล่าจากเขาบรรทัด” ก็ยังคงเป็นงานที่ควรค่าแก่การชมอย่างยิ่ง ในฐานะบันทึกชาติพันธุ์ที่เก็บรักษาภาพวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงไว้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ความมุ่งมั่นในการทำงานต่อเนื่องยาวนานของคนทำสารคดีเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เรื่องราวของชาวมันนิไม่ถูกลดทอนเป็นเพียงภาพแทนหรือถูกมองเป็นอื่นในสังคมไทยอีกต่อไป
ภาพจากสารคดี มันนิ : เรื่องเล่าจากเขาบรรทัด
▶ ติดตามละคร มันนิ : เรื่องเล่าจากเขาบรรทัด ติดตามวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อ และความเปลี่ยนแปลงของชาวมันนิ หนึ่งในกลุ่มชนพื้นเมืองที่มีประวัติยาวนานที่สุดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านสายตาของผู้กำกับที่เดินทางเข้าออกผืนป่าเขาบรรทัดมานานกว่า 15 ปี
รับชมได้ทาง www.VIPA.me และ VIPA Application
ผู้ก่อตั้ง Documentary Club คลับของคนรักสารคดี และหนังนอกกระแส