Under the Roof: หลังคาบ้านที่ไม่ใช่เซฟโซน และแผลเป็นเชิงโครงสร้างของไทย

อ่านแล้ว 0

รีวิว (0)

พฤศจิกายนของทุกปีถูกปักหมุดให้เป็นเดือนแห่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี แต่สารคดี "Big Story เรื่องใหญ่" โดย Thai PBS ตอน ความรุนแรงในความสัมพันธ์ ได้กระชากหน้ากากความจริงอันแสนเจ็บปวดออกมาตีแผ่ว่า สำหรับเหยื่อหลายคนแล้ว "บ้าน" ที่ควรจะเป็นเซฟโซนที่ปลอดภัยที่สุด กลับกลายเป็นสมรภูมิรบที่โหดเหี้ยมที่สุดในชีวิต สารคดีสะท้อนว่า ความรุนแรงในความสัมพันธ์ไม่ได้เริ่มต้นจากหมัดหรือฝ่ามือ แต่เริ่มจากโครงสร้างทางความคิดแบบชายเป็นใหญ่ที่แฝงตัวอยู่ในสังคมไทยมาอย่างช้านาน ค่านิยมโบราณที่บอกว่า "เรื่องผัวเมียเป็นเรื่องในมุ้ง" หรือ "ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า" ได้กลายเป็นเกราะกำบังชั้นดีที่ทำให้อาชญากรรมในครอบครัวถูกซุกไว้ใต้พรม ยิ่งในยุคปัจจุบัน ความรุนแรงได้ ‘กลายพันธุ์’ ไปสู่รูปแบบทางจิตวิทยา ทั้งการกักขังหน่วงเหนี่ยวทางอารมณ์ การควบคุมทางการเงิน และการไซเบอร์บูลลี่ สารคดีชุดนี้ไม่ได้เล่าเรื่องเพื่อเรียกน้ำตา แต่ใช้สายตาที่นิ่งและทรงพลังชี้ให้เห็นว่า แผลเป็นที่มองไม่เห็นเหล่านี้กำลังกัดกินทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไปอย่างไร้ความปราณี



เมื่อหันมามองในแง่ของกฎหมายและการคุ้มครอง ประเทศไทยเรามีอาวุธหลักคือ "พรบ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว" รวมถึงกลไกของศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 และทีมสหวิชาชีพที่รัฐพยายามผลักดันเพื่อโอบอุ้มเหยื่อ ทว่าสิ่งที่สารคดีตีแผ่ได้อย่างแสบสันคือ "ช่องว่างระหว่างตัวบทกฎหมายกับความจริงบนชั้นโรงพัก" แม้กฎหมายจะเขียนไว้สวยหรูว่ารัฐต้องคุ้มครองและแยกผู้กระทำความผิดออกไป แต่ในความเป็นจริง เจตนาอารมณ์ของกฎหมายไทยยังคงมุ่งเน้นไปที่ "การยอมความและการรักษาเสถาบันครอบครัว" มากกว่าการปกป้องชีวิตของตัวบุคคล เหยื่อหลายคนเดินร้องไห้ขึ้นโรงพัก แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ไกล่เกลี่ยให้กลับไปปรับความเข้าใจกันใหม่ เพียงเพราะมองว่าเป็นเรื่องลิ้นกับฟัน นำไปสู่โศกนาฏกรรมซ้ำซากที่รัฐไม่เคยปกป้องได้ทัน ทันทีที่เหยื่อไร้ที่พึ่งทางใจและไร้ที่ปลอดภัยทางกายภาพ กลไกการคุ้มครองของรัฐจึงกลายเป็นเพียงเสือกระดาษที่ไร้เขี้ยวเล็บในโลกความเป็นจริง


เมื่อขยายภาพไปเปรียบเทียบกับประเทศอินเดีย จะเห็นความเหมือนที่แตกต่างและทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว อินเดียเป็นประเทศที่เผชิญหน้ากับดัชนีความรุนแรงต่อผู้หญิงสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากค่านิยมระบบสินสอด (Dowry) และวัฒนธรรมปิตาธิปไตย (ชายเป็นใหญ่) ที่เข้มข้นจนฝังรากลึกในสายเลือด ในแง่การขับเคลื่อน อินเดียมีกฎหมายที่ดุดันและเฉพาะเจาะจงมาก เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้หญิงจากความรุนแรงในครอบครัวปี 2005 และการจัดตั้ง "ศาลฟาสต์แทร็ก" (Fast-track courts) เพื่อพิจารณาคดีล่วงละเมิดทางเพศโดยเฉพาะ แต่อุปสรรคชิ้นโตของอินเดียคือ "จารีตและโครงสร้างชุมชน" (Khap Panchayats) ที่มีอิทธิพลเหนืออำนาจรัฐ ในหลายพื้นที่ของอินเดีย หากผู้หญิงลุกขึ้นมาฟ้องร้องสามี เธอจะไม่ใช่แค่ถูกทำร้ายซ้ำ แต่จะถูกตราหน้าและขับไล่ออกจากชุมชน ชัยชนะในการขึ้นโรงพักของเหยื่อชาวอินเดียจึงต้องแลกมาด้วยการดับสูญทางสังคม ซึ่งต่างจากไทยที่แม้ระบบกลไกจะเฉื่อยชาแต่เหยื่อยังพอมีพื้นที่ยืนในสังคม การเปรียบเทียบนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่า ไม่ว่ากฎหมายจะเขียนให้แรงขนาดไหน แต่ถ้าโครงสร้างทางวัฒนธรรมยังมองผู้หญิงเป็นสมบัติส่วนตัว กฎหมายนั้นก็แทบไม่มีความหมาย




สุดท้าย แนวทางการนำเสนอของสารคดี "Big Story เรื่องใหญ่" ในตอนนี้ คือการทำหน้าที่เป็นกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนว่า พรบ.คุ้มครองฯ หรือวันรณรงค์ประจำปี จะไม่มีวันสัมฤทธิ์ผลตราบใดที่สังคมยังไม่กล้าทลายมายาคติเรื่องเพศสภาพ สารคดีส่งสัญญาณเตือนอย่างเฉียบคมว่า ความรุนแรงในความสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของคนสองคน แต่เป็น "ปัญหาสาธารณะ" ที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการสอดส่องและยื่นมือเข้าช่วย แนวทางของเรื่องมุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงลึกที่ไม่ใช่แค่การจับผิดผู้กระทำผิด แต่เป็นการรื้อโครงสร้างระบบคิดเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคม สารคดีเรื่องนี้จึงทำหน้าที่บันทึกหน้าประวัติศาสตร์และตอกย้ำสัจธรรมว่า ตราบใดที่เรายังปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่ในบ้าน วันรณรงค์ยุติความรุนแรงก็จะเป็นเพียงแค่พิธีกรรมประจำปีที่ไร้จิตวิญญาณ และการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเด็กและสตรีจะยังคงเป็นก้าวแรกที่สังคมไทยต้องร่วมกันเดินต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด



▶ ติดตามสารคดี Big Story เรื่องใหญ่ Thai PBS สารคดีข่าวแนวสืบสวนสอบสวนที่ลึกรอบด้าน ด้วยการสืบค้นข้อมูลทาง สังคม เศรษฐกิจ การเมือง อาชญากรรม วัฒนธรรรม อย่างรอบด้าน เชื่องโยงให้เห็นถึงต้นตอของปัญหา ความสูญเสียและโอกาสในการแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้นได้ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งขึ้นในสังคม โดยนักข่าวมือรางวัลที่ช่ำชองการทำข่าวแนวสืบสวนที่สุดของประเทศไทย


รับชมได้ทาง www.VIPA.me และ VIPA Application

เกี่ยวกับผู้เขียน
บอส หลงอินเดีย

นักเขียนผู้รักประวัติศาสตร์และความแตกต่าง ที่หลงใหลการเดินทางและการจดบันทึก เพื่อเข้าใจความคิดผู้คนต่างวัฒนธรรม