Next Sohee : ต้องสังเวยอีกกี่เธอ?

อ่านแล้ว 0

รีวิว (0)

วันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 2017 ศพของเด็กสาววัย 19 ปีถูกพบในอ่างเก็บน้ำชานเมืองจอนจู ประเทศเกาหลีใต้ ข่าวต่าง ๆ นำเสนอเรื่องของเธอภายใต้นามแฝงว่า ‘ฮง’ และเผยว่าเธอเป็นนักเรียนชั้นปีสุดท้ายของโรงเรียนสายอาชีพในเมืองนั้น

สามวันก่อนหน้าเกิดเหตุ เธอเพิ่งบอกครอบครัวว่าจะขอหยุดงานสักวันเพราะเหนื่อย หลังจากนั้นเธอก็ออกจากบ้านไปและไม่กลับมาอีกเลย

งานที่ฮงขอหยุดคือ งาน 'ฝึกภาคสนาม' ที่โรงเรียนส่งไปทำที่บริษัทรับจ้างช่วงของผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่อย่าง LG U+ โดยเธอทำตำแหน่งเจ้าหน้าที่คอลเซนเตอร์ซึ่งเป็นสมาชิกของ 'ทีมตั้งรับ’ หรือทีมที่มีหน้าที่คอยรับโทรศัพท์จากลูกค้าที่โทรมายกเลิกบริการแล้วต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตื๊อและรั้งลูกค้าไว้ให้ได้

ในข้อตกลงมาตรฐานที่โรงเรียนเซ็นกับบริษัทไว้ ระบุว่าเด็กฝึกงานจะต้องทำงานวันละ 7 ชั่วโมง แลกกับเงินเดือนหนึ่งล้านหกแสนวอน (ราว ๆ 35,000 บาท) แต่สัญญาจริงที่บริษัทยื่นมาให้เซ็นกลับหักคอเหลือเงินเดือนพื้นฐานแค่หนึ่งล้านหนึ่งแสนวอนเศษ (หรือประมาณ 25,000 บาทเท่านั้น) ส่วนที่เหลือคือค่าคอมมิชชันที่ผูกอยู่กับผลงาน ทำงานหนักแค่ไหน กดดันตัวเองให้สร้างผลงานได้สูงเท่าไหร่ เงินเดือนจึงจะเข้าใกล้ตัวเลขที่เธอเคยคิดว่าจะได้ตั้งแต่แรก

ภาพจากภาพยนตร์ Next Sohee ต้องสังเวยอีกกี่เธอ ? 

ภาพจากภาพยนตร์ Next Sohee ต้องสังเวยอีกกี่เธอ ? 

ข่าวการเสียชีวิตของฮงไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ในตอนนั้น จนกระทั่งช่วงปลายปีเดียวกัน รายการสารคดีเชิงสืบสวน "Unanswered Questions" ของสถานี SBS หยิบเรื่องของเธอไปทำตอนพิเศษในชื่อ "การฝึกงานที่นำมาซึ่งความตาย: ปริศนาการเสียชีวิตต่อเนื่องของเด็กวัย 19" และตอนนั้นเองที่ผู้ชมเกาหลีจำนวนหนึ่งได้รู้ว่า ฮงไม่ใช่คนแรก ...และก็คงจะไม่ใช่คนสุดท้าย

ในบรรดาผู้ชมวันนั้น มีผู้กำกับหญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้ทำหนังยาวมาเกือบสิบปีอยู่ด้วย ชื่อของเธอคือ ช็องจูรี และอีกห้าปีต่อมา หนังเรื่องที่สองในชีวิตการทำงานของเธอก็เข้าฉายปิดสาย Critics' Week (สายคู่ขนานของเทศกาลคานส์ที่เน้นค้นหาผู้กำกับหน้าใหม่จากทั่วโลก) โดยสร้างประวัติศาสตร์เป็นหนังเกาหลีเรื่องแรกที่ได้รับเลือกเป็นหนังปิดของสายนี้ หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า Next Sohee หรือ ‘โซฮีคนต่อไป’ ซึ่งได้แรงบันดาลใจโดยตรงมาจากโศกนาฏกรรมของฮงนั่นเอง

ภาพจากภาพยนตร์ Next Sohee ต้องสังเวยอีกกี่เธอ ? 

ทำไมต้อง 'คนต่อไป' ก็เพราะช็องต้องการให้สิ่งที่เธอหยิบมานำเสนอในหนังเรื่องนี้ชี้ชวนให้คนขบคิดไปถึงข้างหน้า เธอให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Korea Herald ว่า เหตุผลที่ตัดสินใจนำเรื่องของฮงมาทำหนังไม่ใช่แค่เพราะการตายของฮงนั้นชวนสะเทือนใจ แต่เพราะข้อเท็จจริงที่ว่า ก่อนหน้าฮง มีการตายแบบเดียวกันเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว ซ้ำร้ายบรรดาผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องก็ไม่เคยเอ่ยปากขอโทษ ไม่เคยแสดงความสำนึกใด ๆ ซึ่งสำหรับช็องแล้ว “นี่มันทำให้สถานการณ์ยิ่งน่าสมเพชหนักขึ้นไปอีก”

แต่ที่หนักหน่วงที่สุดก็คือ ไม่ได้มีแค่ ‘ผู้ใหญ่บางคน’ หรอกที่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ช็องบอกว่าที่จริงแล้ว เราทุกคนที่ทำตัวสมยอมและรับใช้ระบบนี้ล้วนแต่มีความผิดในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งนั้น เราต่างนิ่งเงียบและเฉยเมยต่อการมีอยู่ของมัน ซึ่งเธอรวมถึงตัวเธอเองด้วย

ในเกาหลีใต้ โรงเรียนมัธยมสายอาชีพมีระบบบังคับให้เด็กชั้นปีสุดท้ายต้องออกไปทำงานในบริษัทจริงก่อนเรียนจบ เรียกว่าการฝึกภาคสนาม หรือการฝึกฝีมือก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยบริษัทจะเซ็นข้อตกลงมาตรฐานกับโรงเรียน กำหนดชั่วโมงทำงาน เงินเดือนขั้นต่ำ และเงื่อนไขที่คุ้มครองเด็กในฐานะ 'ผู้ฝึกงาน' ไม่ใช่ 'พนักงาน' เต็มตัว

แต่สิ่งที่ฟังดูดีตามหลักการเหล่านี้ กลับแอบซ่อนความเลวร้ายเอาไว้อย่างน่าตกใจ ในความเป็นจริงบริษัทหลายแห่งกลับใช้แรงงานของเด็กนักเรียนโดยไม่สนใจข้อตกลงและกฎหมาย เอาเปรียบทั้งชั่วโมงทำงานและค่าตอบแทนเพราะรู้ดีว่าเด็กฝึกงานจะไม่กล้าฟ้อง และต่อให้เรื่องไปถึงหูของผู้บริหารโรงเรียน ทางโรงเรียนก็ไม่กล้าเอาเรื่องเช่นกันเพราะกลัวว่าหากอัตราการส่งเด็กไปฝึกงานของโรงเรียนตกลง หรือสูญเสียสายสัมพันธ์กับบริษัทใหญ่ ก็จะส่งผลกระทบต่องบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการในปีต่อ ๆ ไป ขณะที่กระทรวงศึกษานั้นแม้จะรับรู้สถิติการตายของเด็กฝึกงานในแต่ละปี แต่ก็ไม่ทำอะไรเพราะไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหา และยังสามารถดำเนินนโยบายแบบเดิมซ้ำ ๆ เพราะครอบครัวเด็กที่ตายส่วนใหญ่ก็เป็นครอบครัวขายแรงงาน รายได้น้อย และไม่มีทรัพยากรพอจะฟ้องร้องเป็นคดีกับเอกชนหรือรัฐ

การพัวพันเป็นเครือข่ายของผู้เกี่ยวข้องจึงใหญ่โตกว่าที่คิด และวงจรแห่งความชั่วร้ายนี่ก็สามารถหมุนวนต่อไปเพราะไม่เคยมีใครได้รับความผิดจากการกระทำของตนเองเลย !

ภาพจากภาพยนตร์ Next Sohee ต้องสังเวยอีกกี่เธอ ? 

ภาพจากภาพยนตร์ Next Sohee ต้องสังเวยอีกกี่เธอ ? 

Next Sohee เข้าฉายในเกาหลีเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2023 หลังจากเปิดตัวที่คานส์มาเกือบหนึ่งปีเต็ม ตัวเลขรายได้จากการฉายในประเทศถือว่าไม่เยอะนัก (พูดให้ตรงกว่าคือขาดทุน) แต่สิ่งสำคัญก็คือ มันกลับกลายเป็นหนังที่จุดกระแสให้แก่ข้อถกเถียงและนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะหลังจากเข้าฉายได้แค่ 3 สัปดาห์ คณะกรรมาธิการการศึกษาของรัฐสภาเกาหลีใต้ก็ตัดสินใจผ่านร่างแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพที่ค้างอยู่ในวาระมานาน

ร่างกฎหมายดังกล่าวขยายความคุ้มครองของพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานในส่วนที่ห้ามการคุกคามในที่ทำงาน การใช้กำลัง และการบังคับใช้แรงงาน ให้ครอบคลุมถึงเด็กฝึกงานสายอาชีพด้วย (ซึ่งเดิมไม่ได้ถูกนับเป็น 'พนักงาน' จึงไม่ได้รับการคุ้มครองในข้อเหล่านี้) ให้สิทธิเด็กในการปฏิเสธหรือยุติการฝึกงานเมื่อเผชิญอันตรายต่อร่างกายหรือจิตใจ และขยายองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารการฝึกงานในโรงเรียนจาก 9 คนเป็น 15 คน โดยรวมตัวแทนนักเรียนกับนักกฎหมายแรงงานเข้าไปด้วย


...และสื่อเกาหลีเรียกร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า 'กฎหมายป้องกันโซฮีคนต่อไป'



▶ ติดตามสารคดี Next Sohee ต้องสังเวยอีกกี่เธอ ? ปลายปี 2016 เด็กนักเรียนม.ปลายคนหนึ่งถูกโรงเรียนส่งไปฝึกงานในคอลเซนเตอร์ของบริษัทโทรคมนาคม เพื่อแลกกับประสบการณ์การทำงาน “ในโลกแห่งความเป็นจริง” สามเดือนต่อมา เธอฆตต และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบสวนตีแผ่สภาพแวดล้อมการทำงานที่โหดร้ายในสังคมเกาหลีใต้

รับชมได้ทาง www.VIPA.me และ VIPA Application

เกี่ยวกับผู้เขียน
ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

ผู้ก่อตั้ง Documentary Club คลับของคนรักสารคดี และหนังนอกกระแส