"ครอบครัวและการจากลา" ในหนังสั้นรายการ "อะไรนะ สารคดี?!"

อ่านแล้ว 0

รีวิว (0)

บนเกาะนิซีรอสในกรีซ ผู้สูงวัยกลุ่มหนึ่งได้รับข่าวที่ไม่ค่อยน่ายินดีนักจากบาทหลวง สุสานบนยอดเนินที่ฝังร่างบรรพบุรุษของพวกเขามาช้านานกำลังจะหมดพื้นที่ ทางออกเดียวคือพวกเขาต้องไปร่วมกันขุดเอากระดูกเก่า ๆ ย้ายไปไว้ที่อื่น เพื่อเปิดช่องว่างให้ผู้วายชนม์รุ่นถัดไปได้มีที่หลับนอนหลังหมดลมหายใจ

ฉากนี้มาจาก Things Hidden Since the Foundation of the World หนังสั้นของ เควิน วอล์กเกอร์ และ ไอรีน ซาฮารีอาดิส ที่ฉายภาพชีวิตในชุมชนเล็ก ๆ ซึ่งแทบไม่มีคนวัยเยาว์หลงเหลือ และผู้เฒ่าผู้แก่ก็แทบไม่มีข่าวอะไรให้รับรู้นอกจากข่าวการจากไปของเพื่อนบ้าน สารคดีเรื่องนี้ทำให้เราเห็นภาพของ 'การจากลา' ที่กลายเป็นพิธีกรรมประจำวัน เห็นการสูญเสียที่ไม่มีใครต้องร้องไห้อีกต่อไป เพราะเกิดซ้ำเสียจนกลายเป็นกิจวัตร


ภาพจากสารคดี Things Hidden Since the Foundation of the World


ภาพจากสารคดี The Silence of the Banana Trees


เมื่อแวะเข้าไปดูคอลเลกชันรายการ 'อะไรนะ สารคดี?!' บน VIPA เราจะพบว่าสารคดีหลายเรื่องในนั้นเดินไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย ด้วยการเล่าเรื่องราวของ 'ครอบครัวและการจากไป' นอกจาก Things Hidden Since the Foundation of the World แล้ว ยังมี The Silence of the Banana Trees ของ เอเนออส ชาร์กา ผู้กำกับชาวแอลเบเนีย ที่เล่าเรื่องชายวัยเจ็ดสิบปีในชานเมืองบูดาเปสต์ ผู้มีลูกสาวคนเดียวซึ่งเจ็บป่วยและเลือกจะตัดขาดจากเขามาหลายปี เขาเก็บภาพวาดและประติมากรรมของลูกสาวไว้เต็มผนังทุกห้อง ขุดสไลด์วันหยุดเก่า ๆ จดหมาย วิดีโอเทป ภาพวาดของลูกตอนเด็ก ออกมาดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วบรรจงเลี้ยงสิ่งเหล่านั้นเหมือนที่เลี้ยงต้นกล้วยในสวน ความทรงจำของเขากลายเป็นเหมือนพืชที่ต้องรดน้ำ เพราะ 'คนที่ยังมีชีวิตอยู่' อย่างลูกสาวกลับห่างไกลเกินกว่าที่เขาจะแตะต้องได้


ภาพจากสารคดี City of Poets


ใน City of Poets ซารา ราจาอี ผู้กำกับชาวอิหร่าน-ดัตช์ เริ่มเล่าเรื่องราวของครอบครัวเธอจากต้นหม่อนต้นเดียวที่คุณยายปลูกไว้หลังบ้าน หลังคุณยายเสีย ต้นหม่อนนั้นถูกตัดทิ้ง แล้วความทรงจำของเธอก็แผ่ออก สู่เรื่องราวของบ้าน ตรอกซอกซอย ไปจนถึงเมืองทั้งเมืองในอิหร่านที่ผ่านช่วงเวลาพลิกผันทางการเมืองและประวัติศาสตร์ จนแทบไม่มีตัวตนอยู่บนแผนที่อีกต่อไป


ภาพจากสารคดี About the Pink Cocoon 


ใน About the Pink Cocoon หวังปินอวี่ ผู้กำกับชาวจีน ถ่ายอาเจียวพี่สาวแท้ ๆ ของเขาขณะนอนรอคลอดในห้องสีชมพูของคลินิกสตรี ข้างเตียงมีแม่ น้า ยาย ทุกคนถ่ายทอดประสบการณ์การคลอดของตัวเองทับซ้อนลงในห้องเดียว สี่รุ่นของผู้หญิงในครอบครัวมาบรรจบในรังไหมสีชมพูเดียวกัน


ภาพจากสารคดี Mein Buch

ภาพจากสารคดี นิรันดร์กาล


ใน Mein Buch มักซ์ มิเรลมันน์ ผู้กำกับชาวอาร์เจนตินาเลือกตั้งชื่อหนังเป็นภาษาเยอรมันว่า 'หนังสือของฉัน' เพื่อเล่าถึงปู่ของเขาผู้เป็นชาวสวิส-โปแลนด์ที่อพยพออกจากยุโรปในปี 1921 มาตั้งรกรากใหม่ในอเมริกาใต้ ส่วนใน 'นิรันดร์กาล' ของ นฤพล ศรีเมือง เราจะได้ร่วมฟังบทสนทนาระหว่างเขากับแม่ในช่วงเวลาหนึ่งปีหลังการจากไปของพ่อ เพื่อทำความเข้าใจทั้งแม่ของเขาและตัวเราเอง ว่าเพราะอะไรความรักและความสัมพันธ์ที่คนบางคนมีต่อกันจึงสามารถทิ้งร่องรอยไว้ในความทรงจำไปได้ตลอดกาล

จุดร่วมสำคัญของหนังกลุ่มนี้คือการใช้ประโยชน์จาก 'คลังข้อมูล' ทั้งสไลด์ ภาพถ่าย ฟิล์มเก่า คลิปเก่า เสียงบันทึก สมุดไดอารี ฯลฯ มาประกอบร่างเป็นเรื่องเล่าถึงผู้คนและเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นไปแล้ว โดยบางเรื่อง (เช่น City of Poets และ Mein Buch) ยังต่อยอดความหมายของวัตถุเหล่านั้น ด้วยการวางโครงเรื่องผสมจินตนาการให้สลับซับซ้อนมากขึ้นไปอีก ส่วนวิธีนำเสนอ 'การสูญเสีย' ในหนังเหล่านี้ก็มีจุดร่วมเช่นเดียวกัน คือไม่ได้อยู่ในรูปของอารมณ์จัดจ้านท่วมท้น แต่เป็นการเล่าด้วยน้ำเสียงของคนที่พยายามทำความเข้าใจและหาวิธีรับมือกับมัน

ในบทความ "Re-Framing the Family Archive" ที่ตีพิมพ์ใน Talking Shorts หลังจบเทศกาล IDFA ปี 2023 แพทริก แกมเบิล ข้อสังเกตว่า คนทำหนังหลายคนในระยะหลังมานี้หยิบฟิล์มและเทปบ้านมาใช้ ไม่ใช่เพื่อจะรำลึกความสุขของคืนวันเก่าก่อน แต่เพื่อจะชำแหละและชำระประวัติศาสตร์ความทรงจำขมขื่นของครอบครัวมากกว่า เขาชี้ด้วยว่า คนหนุ่มสาวรุ่นนี้เติบโตมาในครอบครัวที่ใช้กล้องวิดีโอและกล้องมือถือกันเป็นล่ำเป็นสัน จึงทำให้พวกเขาเป็นคนรุ่นที่มีหลักฐานบันทึกชีวิตวัยเยาว์มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ และเมื่อพ่อแม่ปู่ย่าเริ่มเข้าสู่วัยต้องบอกลา พวกเขาจึงมักรับหน้าที่เป็นคนเปิดคลังเหล่านั้นออกมาสำรวจ

ในบทสรุปโปรแกรมเทศกาลภาพยนตร์ Berlinale ปี 2024 ภัณฑารักษ์สองคนของเทศกาลก็พูดถึงปรากฏการณ์เดียวกัน บาร์บารา วูร์ม หัวหน้าสาย Forum สังเกตว่า 'ครอบครัว' เป็นธีมเด่นของปีนั้นในหนังหลายเรื่องในสายของเธอ โดยมันมักถูกนำเสนอผ่านเรื่องของ 'ความสัมพันธ์ระหว่างรุ่น' ส่วน แอนนา เฮงเคล-ดอนเนิร์สมาร์ค หัวหน้าสาย Shorts ก็ตั้งข้อสังเกตว่า หนังที่ดึงชีวิตและครอบครัวของคนทำเองมาใช้นั้นมักมีความเข้มข้นเป็นพิเศษ จากความจริงใจและจากความเต็มใจของคนทำหนังที่ยินดีเปิดเผยความเปราะบางของตนให้คนอื่นได้เห็น

เฟดอร์ ทอต นักวิจารณ์ที่เขียนรีวิวสาย Berlinale Shorts ใน Journey Into Cinema ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจไม่แพ้กันขณะเขียนถึงหนังสั้นเรื่อง Baldilocks ของ มาร์ธ ปีเตอร์ส (ซึ่งขุดเทปวิดีโอบ้านในวัยเด็กของตัวเองมาเล่าประสบการณ์ป่วยมะเร็งตอนเด็ก) โดยเขาบอกว่าหนังสั้นกลุ่มนี้มักเปลี่ยนจากสูตรเดิมๆ อย่างการเล่าถึงการต่อสู้อย่างกล้าหาญของคนป่วย มาเป็นเล่าเรื่อง ‘ความธรรมดาสามัญ’ ของชีวิตที่ดำเนินต่อไป แม้ว่าทอตจะหมายถึงหนังเรื่องดังกล่าวเป็นหลัก แต่ข้อสังเกตนี้ก็ดูจะใช้อธิบายหนังหลายเรื่องใน 'อะไรนะ สารคดี?!' ได้ด้วยเช่นกัน

เกี่ยวกับผู้เขียน
ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

ผู้ก่อตั้ง Documentary Club คลับของคนรักสารคดี และหนังนอกกระแส