อ่านแล้ว 0
การที่องค์การยูเนสโก (UNESCO) ประกาศขึ้นทะเบียน “นวดไทย” ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ยกระดับศาสตร์การรักษาพื้นบ้านขึ้นสู่สากล สารคดี “ศักดิ์ศรีนวดไทยสู่มรดกโลก” ทำหน้าที่เป็นบทวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยาที่พาผู้ชมไปแกะรอยรากเหง้าของศาสตร์นี้ โดยไม่ได้นำเสนอเพียงแค่แง่มุมของการท่องเที่ยวหรือการผ่อนคลายในสปายุกรรมาธิการ แต่เล่าลึกลงไปถึงตัวตน ศักดิ์ศรี และการต่อสู้ของคนในวิชาชีพนวดไทย สารคดีชี้ให้เห็นว่านวดไทยไม่ใช่แค่การกดจุดหรือดัดตน แต่เป็นบันทึกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต ซึ่งผ่านการเดินทาง ข้ามผ่านความเชื่อทางศาสนา และการปรับตัวทางการแพทย์มานานหลายศตวรรษ เพื่อรักษาอัตลักษณ์และที่ยืนในสังคมโมเดิร์น
สารคดีชุดนี้เป็นการเดินเรื่องผ่านการสืบค้นต้นตอของศาสตร์นวดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยตั้งคำถามสำคัญถึงการเดินทางและวิวัฒนาการของศาสตร์การนวดในอินเดียและไทย หากย้อนไปดูรากเหง้าในอินเดียโบราณ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่การแพทย์อายุรเวทและพุทธศาสนา มี “หมอชีวโกมารภัจจ์” แพทย์ประจำพระองค์ของพระพุทธเจ้าเป็นบรมครูใหญ่ ศาสตร์การนวดและการแพทย์นี้เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยพร้อมกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ผ่านกลุ่มพระสงฆ์และพราหมณ์ที่เข้ามายังดินแดนสุวรรณภูมิ การเดินทางของศาสตร์จากอินเดียมาสู่ไทยไม่ได้เป็นการลอกเลียนแบบมาทั้งหมด แต่เป็นการผสมผสานกับภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยในการสังเกตธรรมชาติ จนเกิดเป็นตำราเส้นประธานสิบและจารึกโบราณที่แสดงถึงการแพทย์แผนไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ประเด็นเชิงวิเคราะห์ที่น่าสนใจและเป็นใจความสำคัญของสารคดี คือการเปลี่ยนแปลงพื้นที่และสถานะของนวดไทยในแต่ละยุคสมัย สารคดีแสดงให้เห็นว่าในอดีต นวดไทยเคยเป็นศาสตร์ชั้นสูงในราชสำนัก มีการจัดตั้งกรมหมอนวด และมีการบันทึกตำราอย่างเป็นระบบในสมัยรัชกาลที่ 3 ผ่านจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) และรูปปั้นฤาษีดัดตน เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชน ทว่าเมื่อการแพทย์แผนปัจจุบันแบบตะวันตกเข้ามามีบทบาทในยุคหลัง นวดไทยกลับถูกลดบทบาทลงไปเป็นเพียงเรื่องของชาวบ้าน หรือร้ายแรงที่สุดคือการถูกตั้งคำถามเรื่องจริยธรรมและภาพลักษณ์ที่ไปผูกติดกับธุรกิจบริการทางเพศในช่วงยุคสงครามเวียดนามและการเติบโตของการท่องเที่ยว สารคดีวิเคราะห์ให้เห็นว่า ศักดิ์ศรีของหมอนวดไทยถูกลดทอนลงอย่างมากจากความเข้าใจผิดของสังคม และการขาดการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐในอดีต
สิ่งที่สารคดีนำเสนอได้อย่างทรงพลังคือ “กระบวนการทวงคืนศักดิ์ศรีและการพิสูจน์ตัวเองของนวดไทย” ผ่านการทำงานของกลุ่มนักวิชาการ หมอพื้นบ้าน และสถาบันการศึกษาที่พยายามเปลี่ยนผ่านนวดไทยให้กลายเป็นการแพทย์ทางเลือกที่มีวิทยาศาสตร์รองรับ สารคดีวิเคราะห์ว่าการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นเครื่องมือในการคุ้มครองและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ หมอนวดไทยในปัจจุบันต้องผ่านการอบรม การขึ้นทะเบียน และการทดสอบฝีมืออย่างเป็นระบบ ขยับจากแรงงานบริการระดับล่างขึ้นสู่การเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ” ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ความรักและความมุ่งมั่นของคนในวิชาชีพนี้ที่พยายามรักษาตำราดั้งเดิม ขณะเดียวกันก็เปิดรับการประเมินทางกายภาพบำบัดสมัยใหม่ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้นวดไทยยังคงมีชีวิตและเติบโตได้ในปัจจุบัน
“ศักดิ์ศรีนวดไทยสู่มรดกโลก” ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการทำให้ผู้ชมตระหนักว่า นวดไทยไม่ใช่เรื่องของการบริการเพื่อความเพลิดเพลินเพียงอย่างเดียว แต่มันคือโครงข่ายทางประวัติศาสตร์และปัญญาที่ค้ำจุนสุขภาวะของผู้คนมาตั้งแต่อดีต สารคดีจบลงด้วยการทิ้งแง่คิดให้เราเห็นว่า การยอมรับในระดับโลกนั้นเป็นเรื่องน่ายินดี แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการที่คนในชาติหันกลับมาเห็นคุณค่าและรักษามาตรฐานของศาสตร์นี้อย่างยั่งยืน เพื่อให้ศาสตร์ที่เดินทางไกลมาจากอินเดียโบราณชิ้นนี้ ยังคงเป็นมรดกที่มีศักดิ์ศรีและทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของมนุษยชาติต่อไปในอนาคต
▶ ติดตามสารคดี ภาคภูมิไทย เราภูมิใจกับ “ยิ้มสยาม” “ความเกรงใจ” และ “ความอ่อนน้อม” ลักษณะไทยที่ถูกยกย่องว่าเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของชาติ แต่สิ่งที่เราคิดว่ารู้จักดีนั้น มีที่มาอย่างไร และงดงามเสมอไปจริงหรือ? ชวนทุกคนมาดู “เสน่ห์ไทย” ผ่านบทสนทนาของบุคคลจากหลากหลายวงการ เพื่อค่อย ๆ เปิดชั้นความหมายของลักษณะไทยที่เราคุ้นเคย
รับชมได้ทาง www.VIPA.me และ VIPA Application
นักเขียนผู้รักประวัติศาสตร์และความแตกต่าง ที่หลงใหลการเดินทางและการจดบันทึก เพื่อเข้าใจความคิดผู้คนต่างวัฒนธรรม