The Sugar Route: การเดินทางของไข่แดง น้ำตาล และสายเลือดโปรตุเกส

อ่านแล้ว 0

รีวิว (0)

หากจะมองหาอาหารที่เป็นตัวแทนของการบรรจบกันระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออก สารคดี “ในรอยรส” ตอน “ฝอยทอง” คือบทวิเคราะห์ที่พาเราไปแกะรอยเส้นทางการค้าและวัฒนธรรมน้ำตาลทรายที่เดินทางผ่านมหาสมุทรมานานหลายศตวรรษ สารคดีตอนนี้ไม่ได้เล่าเรื่องฝอยทองในฐานะขนมมงคลบนแคร่ขันหมากไทยตามที่เราคุ้นเคย แต่เลือกที่จะมองลึกลงไปถึงรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ เพื่อสำรวจว่าขนมที่ทำจากไข่แดงและน้ำตาลทรายจานนี้ เดินทางข้ามซีกโลกมาพร้อมกับการล่าอาณานิคม การเผยแผ่ศาสนา และการค้าโลกได้อย่างไร สารคดีร้อยเรียงเรื่องราวโดยชี้ให้เห็นว่าฝอยทองไม่ใช่แค่ขนมหวาน แต่เป็นบันทึกทางมานุษยวิทยาที่สะท้อนถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การปรับตัวของกลุ่มกลุ่มคน และการตกค้างของอดีตในวิถีชีวิตปัจจุบันของชุมชนเล็ก ๆ ในเมืองไทย

เริ่มต้นจากการตั้งคำถามของสารคดีถึงต้นกำเนิดของฝอยทองในทวีปยุโรป ก่อนจะพาผู้ชมย้อนเวลากลับไปกับกองทัพเรือโปรตุเกสในยุคแห่งการสำรวจทางทะเลช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15-16 ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจคือ ชาวโปรตุเกสเดินทางเข้ามาในเอเชียและไทยเพื่อ “ผูกขาดการค้าเครื่องเทศและเผยแผ่คริสต์ศาสนา” โดยพวกเขาสร้างป้อมปราการและปักหมุดที่เมืองกัวของอินเดียให้เป็นศูนย์กลางการค้า ก่อนจะขยับขยายเข้ามายังราชอาณาจักรอยุธยา การเข้ามาของชาวโปรตุเกสไม่ได้นำมาแค่เทคโนโลยีการทหารและการทูต แต่พวกเขายังนำเอาวัฒนธรรมการทำขนมหวานที่ใช้ไข่และน้ำตาลเข้มข้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคอนแวนต์ในโปรตุเกสติดตัวมาด้วย และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้สูตรขนมหวานจากยุโรปเริ่มหยั่งรากลงบนแผ่นดินเอเชีย

สิ่งที่น่าสนใจมากคือสารคดีได้ขยายภาพการแพร่กระจายของขนมชนิดนี้ว่าไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ไทย แต่ฝอยทองมีเส้นทางการเดินทางที่ขนานกันไปในเอเชียตะวันออก โดยแพร่ไปถึงญี่ปุ่นในชื่อ “เครัน โซเม็ง” (Keiran Somen) ผ่านการค้าของชาวโปรตุเกสที่เมืองนางาซากิ ขณะที่ในประเทศไทย ขนมชนิดนี้แพร่หลายอย่างมากจากฝีมือของ “ท้าวทองกีบม้า” (มารี กีมาร์) สตรีลูกครึ่งโปรตุเกส-เบงกอลในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าห้องเครื่องต้นในราชสำนักอยุธยา ท้าวทองกีบม้าดัดแปลงสูตรขนมหวานโปรตุเกสดั้งเดิมอย่าง Fios de Ovos (เส้นด้ายจากไข่) โดยหันมาใช้ไข่เป็ดและน้ำตาลมะพร้าวที่มีในท้องถิ่น จนกลายเป็นฝอยทองที่มีรสสัมผัสเข้ากับลิ้นของคนไทย การดัดแปลงนี้แสดงให้เห็นถึงการประนีประนอมทางวัฒนธรรมอาหาร ที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมาผสมผสานกับเทคนิคจากต่างแดนได้อย่างลงตัว

เมื่ออยุธยาล่มสลาย กลุ่มชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกสได้อพยพมาตั้งรกรากใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในฝั่งธนบุรี

จนกลายเป็น “ชุมชนกุฎีจีน” ซึ่งเป็นย่านสำคัญที่สารคดีตอนนี้ใช้เป็นแกนหลักในการเดินเรื่อง ชุมชนกุฎีจีนคือพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต เป็นย่านเก่าแก่ที่ผสมผสานความเชื่อระหว่างคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก โดยมีศูนย์กลางคือวัดซางตาครู้ส ร่วมกับวิถีชีวิตแบบไทยและจีนได้อย่างเหนียวแน่น สารคดีพาเราไปสำรวจบ้านเรือนของลูกหลานชาวโปรตุเกสที่ยังคงสืบทอดมรดกทางอาหารมานานกว่า 200 ปี นอกจากฝอยทองแล้ว ชุมชนแห่งนี้ยังมีขนมที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง “ขนมฝรั่งกุฎีจีน” ซึ่งสารคดีวิเคราะห์ไว้ว่าเป็นขนมที่สะท้อนความเป็นลูกผสมทางวัฒนธรรมได้อย่างชัดเจน ขนมชนิดนี้ดัดแปลงมาจากขนม Castella ของโปรตุเกส ตัวขนมทำจากแป้ง ไข่ และน้ำตาล ตีจนฟูแล้วนำไปอบในแม่พิมพ์เหล็กบนเตาถ่านโบราณ หน้าขนมโรยด้วยลูกเกดและพลับแห้งตามความนิยมของจีน และโรยน้ำตาลทรายขาวตามลักษณะของขนมไทย การกินขนมฝรั่งกุฎีจีนจึงเป็นเหมือนการเรียนรู้ประวัติศาสตร์การอพยพของผู้คนในชุมชนไปในตัว

ภาพรวมของสารคดีตอนนี้นำเสนอภาพของขนมหวานในฐานะ “เครื่องมือรักษาอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์” ในสังคมใหญ่ ปัจจุบันลูกหลานชาวกุฎีจีนอาจจะพูดภาษาโปรตุเกสไม่ได้แล้ว สายเลือดและรูปร่างหน้าตาก็ผสมกลมกลืนจนกลายเป็นไทยไปหมด แต่สิ่งเดียวที่ยังคงยืนยันรากเหง้าและตัวตนของพวกเขาไม่ให้หายไปตามเวลาก็คือขนมหวาน การสืบทอดการทำฝอยทองและขนมฝรั่งกุฎีจีนด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิม ไม่ใช้เครื่องจักร และไม่ยอมเปลี่ยนสูตรเพื่อเอาใจตลาดทุนนิยม คือการพยายามรักษาความทรงจำของบรรพบุรุษเอาไว้ มันคือความภูมิใจในสายเลือดที่ถูกส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นในครัวเรือน

สารคดีจบลงด้วยการทำให้ผู้ชมเข้าใจว่า เส้นสายของฝอยทองที่วางอยู่บนจาน ไม่ได้เป็นเพียงแค่ขนมหวานรสจัดจ้าน แต่เป็นสายใยทางประวัติศาสตร์ที่โยงใยผู้คน ข้ามมหาสมุทร ข้ามเวลา และข้ามวัฒนธรรม ให้ยังคงสามารถเชื่อมต่อและรับรู้ถึงเรื่องราวในอดีตได้ ผ่านอาหารที่สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง

▶ ติดตามสารคดี ในรอยรส สารคดีที่จะนำพาไปรู้จัก และทำความเข้าใจเรื่องราวของผู้คน "ผ่านอาหารการกิน" วิถีชีวิตและรูปรอยวัฒนธรรมของผู้คนมากมายบนเส้นทางประวัติศาสตร์ โดยมี "อาหาร" เป็นเสมือนตัวแทนวัฒนธรรมข้ามพรมแดนในการถ่ายทอดเรื่องราว

รับชมได้ทาง www.VIPA.me และ VIPA Application



เกี่ยวกับผู้เขียน
บอส หลงอินเดีย

นักเขียนผู้รักประวัติศาสตร์และความแตกต่าง ที่หลงใหลการเดินทางและการจดบันทึก เพื่อเข้าใจความคิดผู้คนต่างวัฒนธรรม