อ่านแล้ว 0
สำหรับคนส่วนใหญ่ ฟุตบอลอาจเป็นความบันเทิง เป็นเกมกีฬาที่ตัดสินกันด้วยผลแพ้ชนะ หรือเป็นธุรกิจพันล้านที่สร้างความสำราญสุดสัปดาห์ แต่สำหรับคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งชีวิตถูกซัดพาให้กลายเป็นคนพลัดถิ่น ฟุตบอลอาจกลายเป็นทั้งบ้านที่พึ่งทางกายและใจ เป็นเวทีให้ป่าวร้องหาอัตลักษณ์ และเป็นเครื่องมือสุดท้ายที่พวกเขาหวังว่าจะช่วยให้เสียงของตนเปล่งดังไกลจนโลกได้ยิน
Allihopa: The Dalkurd Story (2023) คือสารคดีที่ทำให้เราได้เห็นฟุตบอลในความหมายนั้น ผ่านเรื่องราวของสโมสร Dalkurd FF ซึ่งคงไม่เกินเลยนักหากจะบอกว่า นี่คือทีมฟุตบอลที่เป็นมากกว่าทีมฟุตบอล
เพื่อให้เข้าใจเรื่องนี้ เราต้องย้อนกลับไปยังประวัติศาสตร์หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อชนชาติเก่าแก่ที่มีประชากรกว่า 40 ล้านคนอย่าง ‘ชาวเคิร์ด’ ถูกทรยศโดยเส้นแบ่งพรมแดนในสนธิสัญญาโลซานปี 1923 ดินแดนบรรพบุรุษของพวกเขาถูกเฉือนไปอยู่ในตุรกี ซีเรีย อิรัก และอิหร่าน ส่งผลให้ชาวเคิร์ดต้องกลายเป็น ‘ชนชาติไร้รัฐที่ใหญ่ที่สุดในโลก’ มายาวนานกว่าศตวรรษ
ภาพจากสารคดีเรื่อง Allihopa: The Dalkurd Story
ภาพจากสารคดีเรื่อง Allihopa: The Dalkurd Story
ในช่วงทศวรรษ 1970-80 สวีเดนนับเป็นสวรรค์ของผู้ลี้ภัยด้วยนโยบายเปิดรับผู้ถูกกดขี่ทางการเมืองที่ก้าวหน้าที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ชาวเคิร์ดจำนวนมากที่หนีการกวาดล้างและสงครามในบ้านเกิดจึงเลือกเดินทางมาที่นี่ จนกลายเป็นหนึ่งในชุมชนผู้อพยพที่ใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย และในเมืองอุตสาหกรรมเล็กๆ อย่างบอร์เลงเงอก็ได้กลายมาเป็นบ้านของ Dalkurd FF
สโมสรฟุตบอลแห่งนี้ถือกำเนิดจากความกังวลของกลุ่มคนทำงานเพื่อสังคมในท้องถิ่นที่ไม่อยากเห็นลูกหลานผู้อพยพต้องเผชิญชะตากรรมน่าเศร้า พวกเขาจึงรวบรวมเด็ก ๆ มาเตะบอลกันในปี 2004 โดยแทบไม่มีใครคาดคิดไว้เลยว่า ทีมสมัครเล่นทุนน้อยนี้จะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ด้วยการเลื่อนชั้น ‘ทุกปี’ ติดต่อกัน จากดิวิชั่นต่ำสุดไต่ขึ้นสู่ลีกสูงสุดภายในเวลาไม่ถึงสองทศวรรษ ! จนกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่สั่นสะเทือนวงการฟุตบอลสวีเดน
แน่นอนว่าเรื่องราวบันดาลใจเช่นนี้ย่อมเอื้อสุด ๆ แก่การกลายเป็นหนังสารคดี และ คอร์โด โดสกี ผู้กำกับชาวแคนาดาเชื้อสายเคิร์ด (เขาเกิดที่เคอร์ดิสถาน อิรัก แต่ไปเติบโตในแคนาดา เคยเป็นนักเตะอาชีพและเคยทำหนังสั้นมาก่อน) ก็มองเห็นทันทีว่า นี่คือโอกาสในการเล่าเรื่องของชาวเคิร์ดในสีสันใหม่ ๆ ที่หลุดพ้นจากโทนหม่นเศร้าเจ็บปวดเสียที เขาอยากนำเสนอภาพของคนพลัดถิ่นในฐานะ ‘นักล่าฝัน’ ผู้พร้อมจะประสบความสำเร็จและหลอมรวมเข้ากับสังคมใหม่ได้อย่างสง่างาม หากเพียงได้รับโอกาส
“คนทั่วไปไม่รู้จักชาวเคิร์ดจริง ๆ” โดสกีให้สัมภาษณ์ไว้ “มีภาพจำมากมายเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อย ไม่ใช่แค่ชาวเคิร์ด แต่รวมถึงคนในตะวันออกกลางจำนวนมาก ที่ทำให้เราถูกกำหนดไว้แล้วว่าเป็นใครและเรื่องราวของเราควรเป็นแบบไหน คุณจะแทบไม่เคยเห็นภาพของคนเหล่านี้ในฐานะคนขบขันหรือมีเสน่ห์เลย ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากทำก็คือ แนะนำให้คุณได้รู้จักผู้คนบางกลุ่มที่จะช่วยขยายมุมมองว่าแท้จริงแล้วพวกเขาเป็นใคร”
โดสกีรู้ด้วยว่า การเล่าเรื่องของ Dalkurd FF นั้นไม่ใช่โจทย์ง่าย เพราะสำหรับทั้งนักเตะและแฟน ๆ ทีมนี้ไม่ได้เป็นแค่ทีมบอล แต่ยังถือเป็น ‘ทีมชาติ’ หนึ่งเดียวที่พวกเขามีด้วย เขาจึงต้องใช้เวลาหลายปีเข้าไปทำความรู้จักและสร้างความคุ้นเคยกับสมาชิกทีมเพื่อให้เข้าใจว่าแต่ละคนผ่านอะไรมา และอะไรที่ทำให้ยังยืนหยัดอยู่ได้ จนทุกคนไว้วางใจจนกล้าเปิดเผยตัวตนต่อหน้ากล้อง และเพื่อให้หนังสามารถเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน ทั้งเส้นทางการแข่งขันอันลุ้นระทึกและประวัติศาสตร์หนักอึ้งที่พวกเขาแบกรับมา โดยไม่ทำให้ชาวเคิร์ดนับล้านที่อาจเฝ้ารอหนังเรื่องนี้อยู่ต้องผิดหวัง
ภาพจากสารคดีเรื่อง Allihopa: The Dalkurd Story
ภาพจากสารคดีเรื่อง Allihopa: The Dalkurd Story
ในปีเดียวกับที่ Dalkurd FF กำลังต่อสู้เพื่อก้าวขึ้นสู่ลีกสูงสุดของสวีเดนนั้น ชาวเคิร์ดในอิรักกำลังลงประชามติเพื่อเรียกร้องเอกราชของตนเอง แต่แม้ผลที่ออกมาจะเป็นเสียง “ใช่” ถึง 93% แต่โลกก็ยังเมินเฉยต่อความปรารถนานี้ ซ้ำร้าย การลงคะแนนครั้งนั้นยังถูกประณามโดยรัฐบาลอิรัก ตุรกี อิหร่าน และแม้แต่มหาอำนาจตะวันตกที่เคยพึ่งพาชาวเคิร์ดในการต่อสู้กับไอซิสก็ยังปฏิเสธเสียงของพวกเขา นี่คือความเป็นจริงอีกด้านที่เหล่านักเตะต้องแบกไว้เต็มหัวใจ ขณะที่สองเท้าก้าวลงสนามทุกนัด
การที่ Dalkurd FF เลือกตะโกนคำว่า 'Allihopa' หรือ ‘ทุกคนร่วมกัน - all together’ ในห้องแต่งตัว จึงไม่ได้มีความหมายเป็นแค่คำปลุกใจก่อนลงแข่ง แต่ยังเป็นคำประกาศว่าพวกเขาใฝ่ฝันต้องการเป็นส่วนหนึ่งของคนอื่น ๆ ในโลกด้วย โดสกีจึงเลือกคำนี้มาเป็นชื่อหนังเพื่อย้ำว่า ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวที่เขาเล่าไม่ใช่เรื่องของชาวเคิร์ดเพียงกลุ่มเดียว แต่เป็นของทุกคนที่เคยผ่านพบประสบการณ์การถูกกีดกันจนไร้ที่ยืน
“หนังเรื่องนี้มันมากกว่าฟุตบอล มากกว่าประสบการณ์ของชาวเคิร์ด” โดสกีกล่าวไว้ “มันคือเรื่องของมนุษย์ และคือเรื่องของการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตัวเอง”
ภาพจากสารคดีเรื่อง Allihopa: The Dalkurd Story
▶ ติดตามสารคดี Allihopa: The Dalkurd Story เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจของสโมสรฟุตบอลดัลเคิร์ดที่ก่อตั้งโดยกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวเคิร์ดในสวีเดน พวกเขาฟันฝ่าอุปสรรคและไต่เต้าขึ้นจากลีกล่างของฟุตบอลสวีเดน ด้วยความฝันที่จะเป็นแชมป์ และนำเกียรติยศพร้อมสายตาจากทั่วโลกมาสู่ประชาชนผู้ไร้รัฐของพวกเขา
รับชมได้ทาง www.VIPA.me และ VIPA Application
ผู้ก่อตั้ง Documentary Club คลับของคนรักสารคดี และหนังนอกกระแส