อ่านแล้ว 0
ถนนทุกสายในเมืองนี้ตั้งชื่อตาม “กวี” และผู้คนที่นี่ดำรงชีวิตอย่างรื่นรมย์...
นี่คือภาพตั้งต้นของ City of Poets (2024) สารคดีสั้นความยาว 21 นาทีของ ซารา ราจาอี (Sara Rajaei) ผู้กำกับชาวอิหร่าน-ดัตช์ ที่เปิดตัวในสาย Berlinale Shorts แล้วเดินสายจากเบอร์ลิน มายังฮ่องกง ไปถึงมาดริด ก่อนจะกวาดทั้งรางวัล Golden Calf สาขาสารคดีสั้นยอดเยี่ยมจาก Nederlands Film Festival, รางวัล Best Short Film จาก Sole Luna Doc Film Festival และรางวัล Best European Short Film จาก European Film Award มาได้สำเร็จ
ก่อนจะพูดถึงตัวหนัง เรามาแวะทำความรู้จักคนทำก่อนสักนิด ราจาอีเกิดที่อิหร่านในปี ค.ศ. 1976 เรียนศิลปะที่มหาวิทยาลัยศิลปะในเตหะราน ก่อนข้ามน้ำข้ามทะเลไปต่อที่ Royal Academy for Visual Arts ในเฮก เนเธอร์แลนด์ และยังได้รับคัดเลือกเข้าพำนักที่ Rijksakademie van Beeldende Kunsten ในอัมสเตอร์ดัม ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรแกรม artist residency ที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุโรป ในปี 2009 เธอได้รับ Prix de Rome รางวัลศิลปินรุ่นใหม่สำคัญของเนเธอร์แลนด์
ภาพจากสารคดี City of Poets นครแห่งกวี
ภาพจากสารคดี City of Poets นครแห่งกวี
ราจาอีทำงานในพื้นที่ระหว่างหนังสั้น วิดีโออินสตอลเลชัน และภาพวาด เธอเคยอธิบายธีมหลักของงานตัวเองไว้ว่า “ฉันศึกษาแนวคิดเรื่องเวลาในทุกมิติและสาขา วิเคราะห์การผ่านไปของเวลาบนเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ โศกนาฏกรรมของมนุษย์ และหายนะต่าง ๆ” ซึ่งฟังดูหนักหน่วง แต่จริง ๆ แล้วหนังของเธอมักเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ใกล้ตัว เช่น Still Life (2011) หนังสั้นว่าด้วยเด็กหญิงที่นิ้วค่อย ๆ ดูดซับสีจากพรมเปอร์เซียที่เธอลูบไล้ ซึ่งสื่อถึงความทรงจำทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นกับคนเราผ่านสัมผัสทางกาย
City of Poets ก็เช่นกัน ราจาอีได้แรงบันดาลใจแรกเริ่มมาจากต้นหม่อนที่ยายของเธอปลูกไว้ในสวนซึ่งทำให้เธอซึมซับ “ความเป็นบ้าน ความสุข และการเป็นส่วนหนึ่ง” มาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อคุณยายจากไป ต้นหม่อนก็ถูกตัดทิ้ง เธอจึงได้เรียนรู้ความสูญเสียซึ่งกลายเป็นประสบการณ์ยากจะลืม แล้วจากต้นไม้ต้นนั้น ความทรงจำของเธอก็ขยายออก สู่บ้าน สู่ตรอก สู่ถนน จนมาสู่เมืองทั้งเมือง
ภาพจากสารคดี City of Poets นครแห่งกวี
ภาพจากสารคดี City of Poets นครแห่งกวี
ในการทำหนังเรื่องนี้ ราจาอีเดินทางจากเนเธอร์แลนด์ที่เธอใช้ชีวิตอยู่ กลับไปยังบ้านเดิมในอิหร่านเพื่อรวบรวมภาพถ่ายจากครอบครัวฝั่งแม่มาผสมผสานเข้ากับฟุตเทจและภาพนิ่งจาก Khadem Museum โดยเธอให้สัมภาษณ์ไว้ว่า "ฉันนำภาพที่มีความเป็นส่วนตัวสุด ๆ มาร้อยเรียงใหม่จนกลายเป็นสิ่งที่ไม่เป็นส่วนตัวอีกต่อไป กลายเป็นภาพยนตร์ที่ก่อให้เกิดความหมายและเรื่องราวใหม่ พ่อแม่ พี่น้อง ป้าน้าอา และลูกพี่ลูกน้องของฉันกลายมาเป็นภาพแทนของผู้หญิง ผู้ชาย เด็กชายและเด็กหญิง หรือปัจเจกบุคคลที่ประวัติศาสตร์ของพวกเขาไม่ใช่สิ่งที่ฉันรู้จักเป็นการส่วนตัว ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับภาพอื่น ๆ จนกลายเป็นภาพชุดใหม่ทั้งหมด”
ในหนังไม่ได้ระบุว่าเมืองที่เล่านั้นเป็นเมืองอะไร แต่ผู้ชมที่รู้จักประวัติศาสตร์อิหร่านก็คงพอคาดเดาได้ว่า ราจาอีน่าจะต้องการสื่อสารแบบอ้อม ๆ ถึงสังคมอิหร่านซึ่งถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างถึงรากถึงโคนทั้งเพราะสงครามกับอิรักและการปฏิวัติ อย่างไรก็ตาม เรื่องของเมืองและยุคสมัยที่ “เลือกจดจำ” เพียงบางสิ่ง แล้วปล่อยทิ้งอีกหลายสิ่งให้ถูกลืมย่อมเป็นประสบการณ์ร่วมของมนุษยชาติด้วยเช่นกัน เธอให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ไว้ว่า “ภาพจากคลังเก็บเอกสารทำงานได้อย่างมีพลังก็เพราะมันเป็นตัวแทนของการต่อสู้ของผู้อยู่อาศัยเหล่านั้นในแบบสากล ฉันจงใจปิดบังบริบททางภูมิศาสตร์ของเรื่อง ลบข้อความและป้ายถนนในภาพออก เพื่อไม่ให้หนังถูกระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์และไม่ให้มันตะโกนสารที่ต้องการสื่อออกมาตรง ๆ
“ฉันสร้างการเปลี่ยนผ่านทางโครงสร้างของเมืองผ่านความทรงจำที่กระจัดกระจายซึ่งถ่ายทอดด้วยเสียงบรรยาย” เธออธิบาย
“ทั้งหมดนี้ก็เพื่อมุ่งตอบสนองต่อแก่นแท้ที่สำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์ปากเปล่า นั่นก็คือ การเป็นสิ่งที่ไม่ตายตัว ประวัติศาสตร์ปากเปล่าประกอบขึ้นจากแหล่งที่มาและเสียงที่หลากหลาย ปราศจากลำดับชั้นที่แน่นอน ถูกเล่าซ้ำ ๆ และเปลี่ยนแปลงไปทีละนิดในแต่ละครั้ง"
ภาพจากสารคดี City of Poets นครแห่งกวี
ภาพจากสารคดี City of Poets นครแห่งกวี
▶ ติดตามสารคดี City of Poets นครแห่งกวี - สารคดีที่ใช้ฟุตเทจและภาพถ่ายจำนวนมาก ซึ่งรวบรวมจากบันทึกส่วนตัว มาบอกเล่าประวัติศาสตร์ของเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ถนนทุกสายตั้งชื่อตามกวี ผู้คนในเมืองนี้ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้โลกในอุดมคติที่สร้างขึ้นจากบทกวีและจินตนาการ แต่เมื่อบ้านเมืองเข้าสู่ยุคสงคราม เกิดการสร้างชุมชนใหม่เพื่อรองรับผู้ลี้ภัย ชื่อถนนสายเดิมก็เริ่มถูกแทนที่ด้วยชื่อใหม่ การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและฉับพลันนี้ทำให้ผู้คนสับสน และหลงทางอยู่ท่ามกลางความทรงจำของกวีที่ถูกหลงลืมไปในที่สุด
รับชมได้ทาง www.VIPA.me และ VIPA Application
ผู้ก่อตั้ง Documentary Club คลับของคนรักสารคดี และหนังนอกกระแส