‘พ่อแม่ออทิสติก สิ่งที่หนังพยายามเล่า และสิ่งที่สังคมยังไม่อยากเผชิญ

อ่านแล้ว 0

รีวิว (0)

ในโลกของหนังและสื่อบันเทิง เรามักคุ้นเคยกับเรื่องราวของบุคคลที่มีภาวะออทิสติกในฐานะ “ลูก” หรือ “อัจฉริยะที่เข้าสังคมไม่ได้” แต่ภาพของ “พ่อแม่ที่เป็นออทิสติก” กลับเป็นกลุ่มคนที่ถูกพูดถึงน้อยมาก ทั้งที่มีหลักฐานและงานวิชาการยืนยันอย่างต่อเนื่องว่า ผู้คนบนเส้นทางออทิสติกสเปกตรัมจำนวนไม่น้อยสามารถทำหน้าที่พ่อแม่ได้อย่างดีเยี่ยม แม้จะต้องเผชิญกับมายาคติของสังคมที่คอยตั้งคำถามด้วยความไม่เข้าใจว่า พวกเขาสามารถดูแลตัวเองและผู้อื่นได้จริงหรือไม่


หนึ่งในหนังไม่กี่เรื่องที่นำเสนอตัวละครกลุ่มนี้คือ I Am Sam (2001) ซึ่งเล่าเรื่องของพ่อผู้มีภาวะคล้ายออทิสติก (รับบทโดย ฌอน เพนน์) ที่เลี้ยงดูลูกสาวตัวน้อยด้วยความรักท่ามกลางอุปสรรคมากมาย แม้ตัวหนังจะถูกวิจารณ์ตั้งแต่ความคลุมเครือด้านข้อมูลทางการแพทย์ ไปจนถึงการใช้แนวทางเมโลดราม่าที่พึ่งพาอารมณ์สงสารของผู้ชมเป็นหลัก แต่สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านออทิสติกจำนวนหนึ่งยอมรับตรงกันคือ หนังเรื่องนี้ช่วยเปิดบทสนทนาที่สำคัญมากว่า เรากำลังตัดสินความเป็นพ่อแม่จาก “ความสามารถตามมาตรฐานสังคม” หรือจาก “ความสามารถในการสร้างสายสัมพันธ์กับลูก” กันแน่


ภาพจากละคร มนุษย์แม่

ภาพจากละคร มนุษย์แม่


มีงานศึกษาหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่า บุคคลออทิสติกนั้นมีจุดแข็งเฉพาะตัวอันทรงพลังหลายข้อทีเดียวที่ช่วยให้พวกเขาทำหน้าที่พ่อแม่ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการทำสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นกิจวัตรและสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยให้เด็ก ๆ รู้สึกปลอดภัยและมีความมั่นคงในชีวิต, การมีสมาธิและทักษะเชิงลึกที่เอื้อให้พวกเขาทุ่มเทค้นหาข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการและพัฒนาการของลูกอย่างเจาะจงละเอียดถี่ถ้วน หรือความเป็นคนช่างสังเกตซึ่งทำให้พวกเขาไวต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมรอบตัวลูก และหากลูกมีความต้องการพิเศษเหมือนกันด้วยล่ะก็ พ่อแม่กลุ่มนี้ก็มักกลายเป็นนักปกป้องสิทธิที่เข้มแข็งที่สุด เพราะมีประสบการณ์ตรงและเข้าใจความยากลำบากของลูกอย่างลึกซึ้ง


นั่นหมายความว่า อุปสรรคที่แท้จริงของบุคคลออทิสติกในการเป็นพ่อแม่มักไม่ใช่ตัวพวกเขาเอง แต่คือโลกที่ไม่รองรับวิธีรับรู้แบบของพวกเขาต่างหาก ตั้งแต่สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งเร้าจนเกิดภาวะ Sensory Overload (สภาวะล้นเกินทางประสาทสัมผัส) ซึ่งทำให้ระบบจัดการข้อมูลในสมองรับมือไม่ไหว, กำแพงด้านการสื่อสารกับสถานศึกษาของลูก ไปจนถึงการถูกคนรอบข้างตัดสินความสามารถ ซึ่งล้วนแต่สร้างความกดดันและทำให้พวกเขารู้สึกโดดเดี่ยวมากยิ่งขึ้น


ภาพจากละคร มนุษย์แม่

ภาพจากละคร มนุษย์แม่


ประเด็นเหล่านี้นี่แหละที่เราจะพบได้ในละครเรื่อง “มนุษย์แม่” บนแพลตฟอร์ม VIPA ของไทยพีบีเอส ซึ่งน่าสนใจตรงความกล้าในการวางแม่ออทิสติกไว้เป็นศูนย์กลางของเรื่อง โดยตัวละคร “ไหม” ไม่ได้ถูกทำให้เป็นแม่ผู้เสียสละเหนือมนุษย์ และก็ไม่ถูกลดทอนให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ เธอเป็นแม่ที่มีความเปราะบาง มีอดีตบอบช้ำ รับรู้โลกแตกต่าง และยังต้องเลี้ยงลูกในสภาพแวดล้อมที่แทบไม่มีสิ่งใดเอื้อให้เลย แต่ถึงอย่างนั้นไหมก็มีสัญชาตญาณการปกป้องลูกและใช้จุดแข็งของตนเองเป็นเครื่องมือในการเลี้ยงดูลูกสาวจนเติบใหญ่


ในจุดนี้ “มนุษย์แม่” นำเสนอประเด็นได้สอดคล้องกับกรอบคิดสากลได้ชัดเจน เราได้เห็นความรักความผูกพันระหว่างตัวละครแม่ลูกที่ค่อย ๆ ก้าวข้ามข้อจำกัดทางกายภาพและข้อจำกัดทางสังคมอย่างงดงาม อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ละครยังไม่ได้พาเราไปเห็นรายละเอียดในเชิงลึกอย่างจริงจังนัก โดยเฉพาะการจัดการกับความท้าทายในชีวิตประจำวัน เช่น การรับมือกับอารมณ์ที่คาดเดาไม่ได้ของเด็กทารก หรือการขาดแคลนเครือข่ายสนับสนุนที่เข้าใจความต้องการเฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง การที่ไหมต้องแบกรับแทบทุกอย่างตามลำพังทำให้เรื่องราวดูเป็นโศกนาฏกรรมส่วนตัวไปสักหน่อย แต่หากละครแตะไปถึงเรื่องของการสร้างระบบที่เข้าใจความหลากหลาย หรือกลุ่มสนับสนุนที่เข้าใจความต้องการเฉพาะทาง ก็จะช่วยให้เรื่องราวของไหมทำหน้าที่ยกระดับทัศนคติ ให้สังคมมองเห็นศักยภาพของพ่อแม่ออทิสติกในการสร้างครอบครัวที่เปี่ยมด้วยความรักความอบอุ่นได้ดียิ่งขึ้น



▶ ติดตามละคร มนุษย์แม่ เรื่องราวของหญิงสาวออทิสติกที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศจากพี่เขยจนตั้งครรภ์ หลังจากคลอดลูกสาวของเธอได้ไม่นาน พี่สาวของเธอก็ด่วนจากไปด้วยอุบัติเหตุ ส่งผลให้เธอต้องเลี้ยงลูกตามลำพังด้วยความยากลำบาก ท่ามกลางอุปสรรคมากมายเธอเลี้ยงลูกให้เติบใหญ่ได้อย่างไร?


รับชมได้ทาง www.VIPA.me และ VIPA Application


เกี่ยวกับผู้เขียน
ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

ผู้ก่อตั้ง Documentary Club คลับของคนรักสารคดี และหนังนอกกระแส