ทีมชาติไร้แผ่นดิน: ประเทศของฉันมีขนาดเท่าสนามหญ้า | Allihopa: The Dalkurd Story

อ่านแล้ว 0

รีวิว (0)

Dalkurd FF สโมสรฟุตบอลทีมชาติไร้แผ่นดินของประเทศเคอร์ดิสถาน


“คุณจะนิยามคำว่า ‘ชาติ’ ว่าอย่างไร?”


หากชาติหมายถึงเส้นแบ่งพรมแดนที่ชัดเจน... บนแผนที่โลกปัจจุบัน ไม่มีประเทศที่ชื่อว่า “เคอร์ดิสถาน” (Kurdistan)


หากชาติหมายถึงหนังสือเดินทางที่ยืนยันตัวตน... พวกเขากลับเป็นเพียงผู้ลี้ภัยที่ถือเอกสารต่างด้าว หรือจำใจต้องถือสัญชาติของรัฐที่กดทับพวกเขา


และหากชาติหมายถึงเก้าอี้ในสหประชาชาติ... ชาวเคิร์ดกว่า 30-40 ล้านคน (เทียบเท่าจำนวนประชากรแคนาดาหรือโปแลนด์ทั้งประเทศ) กลับไม่มีที่นั่งแม้แต่ตัวเดียว



พวกเขาคือ “ชนชาติไร้รัฐที่ใหญ่ที่สุดในโลก” (The World's Largest Stateless Nation) ที่กระจัดกระจาย ไร้ที่ยึดเหนี่ยว และถูกขีดฆ่าตัวตนออกจากหน้าประวัติศาสตร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ในสารคดี Allihopa: The Dalkurd Story บน VIPA คำว่า “ชาติ” ถูกนิยามใหม่ มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากคอนกรีต กฎหมาย หรือสนธิสัญญาระหว่างประเทศ แต่มันถูกสร้างขึ้นจากผืนหญ้าสีเขียวขีดขาว ลูกฟุตบอลกลมๆ กับหัวใจของผู้ลี้ภัยกลุ่มหนึ่งที่ปฏิเสธจะยอมจำนนต่อโชคชะตา


นี่คือเรื่องราวของทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง ที่เริ่มจากศูนย์ในเมืองอันหนาวเหน็บของสวีเดน แต่กลับกลายเป็น “ทีมชาติทางจิตวิญญาณ” ของผู้คนนับล้าน และเกือบจะสูญสลายไปพร้อมกับโศกนาฏกรรมเครื่องบินมรณะ ก่อนจะรอดกลับมาเพื่อบอกโลกดังๆ ว่า “พวกเรายังอยู่ตรงนี้ และพวกเราจะไม่ไปไหน”




เรื่องราวเริ่มต้นในปี 2004 ณ เมือง Borlänge เมืองอุตสาหกรรมเล็กๆ ในแคว้น Dalarna ของสวีเดน กลุ่มผู้ลี้ภัยชาวเคิร์ดได้ก่อตั้งสโมสรฟุตบอล “Dalkurd FF” (เทียบได้ประมาณ “สโมสรอบต.ดัลเคิร์ด”) ขึ้นมา ด้วยเป้าหมายแรกเริ่มอันแสนเรียบง่าย คือการเป็น “โครงการเพื่อสังคม” (Social Project) ที่ช่วยดึงเยาวชนเคิร์ดให้พ้นจากวงจรายาเสพติดและอาชญากรรม เพราะในสายตาสังคม พวกเด็กเหล่านี้คือ “ตัวปัญหา”


พวกเขาเริ่มต้นที่จุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร นั่นคือ Division 6 ลีกระดับล่างสุดที่แทบไม่มีคนดู แต่ด้วยเพลิงแค้นและแรงขับดันของการ “อยากมีตัวตน” Dalkurd สร้างสถิติโลกที่ยังไม่มีใครลบได้ ด้วยการเลื่อนชั้น 5 ปีติดต่อกัน จนกระทั่งขึ้นสู่ Division 1 ได้สำเร็จ ไต่เต้าจากสนามดินลูกรัง ขึ้นสู่ Allsvenskan ลีกสูงสุดของสวีเดน (เทียบเท่าพรีเมียร์ลีก) ได้อย่างเหลือเชื่อ และฉกาจฉกรรจ์ในระดับที่ว่า ค่าเฉลี่ยการยิงประตูในช่วงปีแรกๆ คือ ชนะขาดลอย แทบทุกนัด จนคู่แข่งบางทีมไม่อยากลงแข่งด้วยด้วยซ้ำ


สำหรับแฟนบอลทั่วไป ชัยชนะของนักเตะคือความมันในเกมกีฬา คือความบันเทิงเริงรื่นทางอารมณ์ แต่สำหรับชาวเคิร์ดพลัดถิ่น พื้นที่สี่เหลี่ยมขนาด 105 x 68 เมตรนี้คือ “แผ่นดินสมมติ” ผืนเดียวที่พวกเขามีสิทธิ์ครอบครองอย่างสมบูรณ์ เป็นพื้นที่เดียวในโลกที่พวกเขาสามารถชูธงชาติเคอร์ดิสถานได้อย่างเสรีโดยไม่มีใครจับกุม



ฮันนาห์ อาเรนต์ (Hannah Arendt) นักปรัชญาการเมืองเชื้อสายยิว เคยนิยามความเป็นมนุษย์ไว้ว่า คือ "สิทธิที่จะมีสิทธิ" (The Right to Have Rights) สำหรับคนไร้รัฐ (Stateless) พวกเขาไม่ใช่แค่คนที่ไม่มีบ้าน แต่คือคนที่ "กฎหมายมองไม่เห็น" พวกเขาเกิดมา แต่ไม่มีสูติบัตร แต่งงาน แต่ไม่มีทะเบียนสมรส ถึงตายไปก็ไม่มีใบมรณบัตร ในทางนิตินัย พวกเขาเป็นแค่ "วิญญาณ" ที่มีลมหายใจ


นี่คือเหตุผลว่าทำไม "ตราสโมสร" และ "เสื้อแข่ง" ของ Dalkurd ถึงศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะมันคือเอกสารราชการอย่างเดียวที่ยืนยันว่า "พวกเขามีตัวตน" ในสนามฟุตบอล กรรมการจะต้องจดชื่อพวกเขาลงในใบรายชื่อ วินาทีนั้นคือย่างก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ เพราะมันคือช่วงเวลาเดียวที่โลกยอมรับว่า พวกเขามีชื่อ มีนามสกุล และมีตัวตนอยู่จริง


ใน 90 นาทีของการแข่งขันนั้น ทีม Dalkurd ไม่ใช่แค่ผู้ลี้ภัยอีกต่อไป

พวกเขาคือเจ้าของประเทศ



ชื่อสโมสร “Dalkurd” ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเท่ๆ แต่มันซ่อนนัยยะของ “อัตลักษณ์ลูกผสม” (Hybrid Identity) ที่ทั้งงดงามและเจ็บปวด “Dal” มาจาก Dalarna (แคว้นในสวีเดน บ้านใหม่ที่ให้ที่พักพิง) ส่วน "Kurd” มาจาก Kurdistan (บ้านเกิดและรากเหง้าที่ไม่เคยลืม) ตราสโมสรที่ใช้รูป “ม้าไม้ Dala” (สัญลักษณ์ของสวีเดน) ผสมกับ “ธงดวงอาทิตย์” (สัญลักษณ์ของเคิร์ด) คือความพยายามตะโกนบอกโลกว่า “ฉันเป็นทั้งสองอย่าง”


แต่เส้นทางลูกหนังสายลูกผสมนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ


ในยุโรป (โดยเฉพาะสวีเดน) มีเส้นแบ่งที่เรียกว่า "Conditional Acceptance" หรือการยอมรับแบบมีเงื่อนไข ผู้อพยพจะถูกนับเป็น "คนในชาติ" ก็ต่อเมื่อ "ประสบความสำเร็จเป็นล้นพ้น" เท่านั้น (เช่น Zlatan Ibrahimović หรือทีม Dalkurd) ถ้าคุณยิงประตูได้ คุณคือ "คนสวีเดนเชื้อสายเคิร์ด"แต่ถ้าคุณก่อเรื่อง หรือแม้แต่ใช้ชีวิตธรรมดาๆ คุณคือ "ผู้อพยพ" หรือ "คนนอก" เป็นแค่ “พวกแขก” (Blatte) ที่เข้ามาสร้างปัญหา


ความสำเร็จของ Dalkurd ที่เลื่อนชั้น 5 ปีติดได้ จึงไม่ได้เกิดจากแค่ความรักในกีฬา แต่ทว่าเกิดจาก "ความกลัว" พวกเขาต้องวิ่งให้เร็วกว่าคนเจ้าถิ่นสองเท่า ไม่ใช่เพื่อจะเข้าเส้นชัยก่อน แต่เพื่อที่จะได้ยืนหยัดอยู่ที่เดิม


เพื่อไม่ให้ถูกผลักไสกลับไปเป็น 'คนอื่น' อีกครั้ง


ความเจ็บปวดของ Dalkurd จึงไม่ใช่เรื่องของแทคติกฟุตบอล แต่คือการต้องพิสูจน์ตัวเองหนักกว่าคนอื่น เพียงเพื่อให้ได้รับการยอมรับว่า “นี่ก็คือบ้านของฉันเหมือนกัน”



ชาวเคิร์ดพลัดถิ่น (Kurdish Diaspora) เป็นกรณีศึกษาคลาสสิกของ "Digital Nation"


ชาวเคิร์ดเป็นกลุ่มชาติพันธุ์เก่าแก่ในกลุ่มอิหร่านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หุบเขาในตะวันออกกลาง และอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิต่างๆ มาโดยตลอด หนึ่งในนั้นคือออตโตมัน


ย้อนกลับไปหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อมหาอำนาจอย่างอาณาจักรออตโตมันล่มสลายลง เดิมที “ความหวัง” เคยปรากฏขึ้นใน สนธิสัญญาแซ็ฟร์ (Treaty of Sèvres) ในปี 1920 ที่ระบุว่าจะมอบเอกราชให้ชาวเคิร์ดมีประเทศเป็นของตัวเอง แต่แล้ว ปลายปากกาของนักการทูตตะวันตกก็กลับขีดฆ่าความฝันนั้นทิ้ง ด้วยข้อตกลงลับๆ ที่ชื่อว่า Sykes-Picot (ไซกส์-ปิโกต์) ตามชื่อของทูตตัวแทนของอังกฤษและฝรั่งเศสที่แบ่งเค้กอาณานิคมในตะวันออกกลางกันเองแบบมีโซเวียตเป็นพยานอย่างลับๆ เพื่อผลประโยชน์ด้านน้ำมันของตนโดยไม่สนชาติพันธุ์ ที่แม้จะแบ่งดินแดนในตุรกีให้ชาวเคิร์ด แต่กลุ่มชาวตุรกีชาตินิยมก็ไม่ยอม บุกเข้าครอบครองดินแดนที่แบ่งให้ จนสุดท้าย สนธิสัญญาโลซาน (Treaty of Lausanne) ในปี 1923 ที่ถูกร่างขึ้นใหม่โดยผู้ชนะสงคราม ก็ลบชื่อ “เคอร์ดิสถาน” ออกจากแผนที่โลกไปอย่างถาวร


ประชากรกว่า 40 ล้านคนถูกหั่นแยกกระจัดกระจายไปอยู่ใต้เงาของ 4 ประเทศ ทั้งตุรกี, อิรัก, อิหร่าน, และซีเรีย กลายเป็นชนกลุ่มน้อยที่ถูกกดขี่ ถูกห้ามพูดภาษาถิ่น ถูกมองว่าเป็นกบฏ และต้องระเหเร่ร่อนไปทั่วโลกในฐานะ “ผู้ลี้ภัย” จำนวนหนึ่งเองได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานในสวีเดน ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 100,000 คน ทำให้สวีเดนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีชุมชนเคิร์ดเข้มแข็งที่สุดในยุโรปตะวันตก



กระนั้นก็ใช่ว่าชีวิตของพวกเขานั้นจะง่าย เมืองซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสโมสร Dalkurd อย่าง Borlänge นั้น เดิมเคยเป็นฐานเสียงที่เข้มแข็งของกลุ่ม Neo-Nazi ในช่วงยุค 90s มาก่อน ในขณะเดียวกัน ก็เป็นเมืองที่รับผู้อพยพต่อจำนวนประชากร (Per Capita) สูงที่สุดแห่งหนึ่งในสวีเดน ความขัดแย้งในพื้นที่นี้จึงรุนแรง และประจักษ์เป็นรูปธรรมมาก สวีเดนเป็นประเทศที่มีสถิติ Gang Violence สูงที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป โดยเฉพาะในย่านที่อยู่อาศัยของผู้อพยพ (Miljonprogrammet - โครงการเคหะล้านยูนิต) ด้วยเหตุนี้ ทีมฟุตบอลนี้จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อแย่งชิงตัวเด็กวัยรุ่นจากแก๊งอาชญากรรม


ถึงแม้จะสร้างชื่อเสียงให้เมือง Borlänge แต่ Dalkurd กลับต้องย้ายฐานที่ตั้ง ไปอยู่เมือง Uppsala (ห่างไป 100 กว่ากิโล) ในปี 2018 เนื่องจากขัดแย้งกับเทศบาลเมือง Borlänge เรื่องสนามเหย้าและการสนับสนุน สะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่ในเมืองที่ตัวเองสร้างชื่อให้ ก็ยังไม่มีที่หยัดยืนที่แท้จริง ต้องร่อนเร่อย่างบรรพบุรุษต่อไป


ทว่าอาจเป็นด้วยความบังเอิญหรือลิขิตสวรรค์ ในปี 2015 พวกเขามีกำหนดบินกลับสวีเดนหลังจากไปแข่งขันที่สเปนด้วย เที่ยวบิน Germanwings 9525 แต่ได้ตัดสินใจเปลี่ยนไฟลต์ในนาทีสุดท้าย ก่อนที่จะทราบในไม่กี่ชั่วโมงถัดมาว่าเที่ยวบินดังกล่าวตกที่เทือกเขาแอลป์ เสียชีวิตยกลำ


การรอดตายหมู่ราวปาฏิหาริย์ครั้งนั้น เปลี่ยน “นักฟุตบอล” ให้กลายเป็น “ผู้แบกรับภารกิจ” พวกเขาตระหนักว่า ลมหายใจที่เหลืออยู่ไม่ได้มีไว้เพื่อยิงประตูเท่านั้น แต่มีไว้เพื่อเป็นความหวัง เป็นเสียง และเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวเคิร์ดนับล้านที่ยังคงดิ้นรนอยู่ทุกวัน



ชื่อสารคดี “Allihopa” ในภาษาสวีดิช แปลว่า “Together”

บทเรียนจาก Dalkurd FF สอนให้เรารู้ว่า “ประเทศ” อาจไม่ได้ต้องการพรมแดนที่มั่นคง หรือกองทัพที่เกรียงไกรเสมอไป แต่มันคือพื้นที่ที่คนกลุ่มหนึ่ง ตกลงปลงใจที่จะสู้ ล้ม ลุก และร้องไห้ไป “ด้วยกัน”


อย่างที่ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องดังเคยว่าไว้ “ประเทศไม่ใช่สถานที่ แต่คือผู้คน”


ไม่ว่าคุณจะเป็นคอบอลหรือไม่ สารคดีเรื่องนี้จะทำให้คุณเห็นพลังของมนุษย์ที่เปลี่ยนความไร้ตัวตน ให้กลายเป็นตำนาน และในวันที่โลกพยายามขีดเส้นแบ่งเราออกจากกันด้วยเชื้อชาติ ศาสนา หรือพรมแดน ทีม Dalkurd ได้พิสูจน์แล้วว่า “ลูกฟุตบอลลูกเดียว” ก็สามารถลบเส้นพรมแดนเหล่านั้นได้จนหมดสิ้น


เพราะตราบใดที่ลำแข้งของพวกเขายังคงออกวิ่งต่อไป ประเทศของพวกเขาก็จะยังคงดำรงอยู่



ร่วมสัมผัสปาฏิหาริย์ของทีมฟุตบอลที่สร้างชาติด้วยหัวใจ ในสารคดี “Allihopa: The Dalkurd Story”

รับชมได้แล้ววันนี้ทาง VIPA ▶️ https://vipa.me/th/contents/15083/allihopa-the-dalkurd-story



แหล่งอ้างอิง

  • Council on Foreign Relations (CFR): Time for the Kurds?, The Kurdish Project: Kurdish Population
  • Al Jazeera: Dalkurd FF: The team of the stateless
  • The Guardian: How a Swedish football team became a beacon for Kurds everywhere
  • CNN: Dalkurd FF: The soccer team that cheated death
  • Reuters: Sweden's gang wars, SVT (Swedish Television): Borlänge's history with extremism
  • BBC News: Germanwings crash: Dalkurd FF team missed flight, The Independent: The football team that cheated death
  • Britannica: Sykes-Picot Agreement
  • Aftonbladet (Swedish Newspaper): Dalkurd flyttar till Uppsala
  • Dalkurd FF Official Website
  • Documentary: Allihopa: The Dalkurd Story (2023)
เกี่ยวกับผู้เขียน
กฤษฏิ์ เอื้ออุดมเจริญชัย

คนชอบเล่าเรื่องที่ไม่เคยหมดเรื่องเล่า โตมากับวัฒนธรรมป๊อป และยังสนุกกับการตั้งคำถามกับโลกใบนี้อยู่ทุกวัน แม้ความช่างเพ้อฝันจะทำเงินไม่ค่อยได้... ก็ยังเลือกที่จะฝันอยู่ดี :)

แท็กที่เกี่ยวข้อง
allihopa
สวีเดน
dalkurd
ตุรกี
ตะวันออกกลาง
เคิร์ด
ฟุตบอล
กีฬา
ประวัติศาสตร์
สงครามโลกครั้งที่ 1
การเมือง
คนไร้รัฐ
ชาติพันธุ์
สงคราม